สตม.รวบหัวโจกบัญชีม้าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เกาหลีใต้ เสียหายกว่า 5,000 ล้านวอน ผู้เสียหายนับไม่ถ้วน ผู้ต้องหาหมายแดงอินเตอร์โพล

0
7

วันที่ 24 ก.ค.69 ภายใต้การอำวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ และ พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.จว.สระแก้ว ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม., มอบหมาย ว่าที่ พ.ต.อ.นพรัตน์ จงเชิดตระกูล ผกก.4 บก.สส.สตม. และพ.ต.ท.สิปปนนท์ พ่วงขวัญ รอง ผกก.4 บก.สส.สตม.นำกำลังชุดสืบสวน เปิดปฏิบัติการไล่ล่าข้ามคืน ติดตามผู้ต้องหาตามหมายแดงองค์การตำรวจสากล (INTERPOL Red Notice) จนสามารถจับกุม MR.JIMIN (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี สัญชาติเกาหลีใต้ ได้เช้าวันนี้ (25 ก.ค.69) บริเวณคอนโดแห่งหนึ่ง ย่านเอกมัย กทม. ในข้อหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay 218 วัน)”

จากการประสานข้อมูลระหว่าง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง นายตำรวจประสานงานประจำสาธารณรัฐเกาหลีใต้ และองค์การตำรวจสากล (INTERPOL) พบว่า ผู้ต้องหารายนี้เป็นสมาชิกเครือข่ายอาชญากรรมข้ามชาติและแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ทำหน้าที่จัดหาและกระจายบัญชีม้า ใช้แอปพลิเคชัน Telegram หลอกลวงผู้เสียหายให้ร่วมลงทุนผ่านเว็บไซต์ห้างสรรพสินค้าออนไลน์ปลอม ส่งผลให้มีผู้เสียหายจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายกว่า 4,247 ล้านวอน และยังมีการฟอกเงินผ่านบัญชีธนาคารอีกกว่า 403 ล้านวอน รวมมูลค่าความเสียหายและธุรกรรมที่เกี่ยวข้องกว่า 5,000 ล้านวอน เจ้าหน้าที่ควบคุมผู้ต้องหาดังกล่าว นำส่ง พงส.สน.คลองตัน และจะได้เตรียมส่งตัวกลับไปดำเนินคดียังสาธารณรัฐเกาหลีใต้ต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากการบูรณาการข้อมูลข่าวกรองระหว่างประเทศไทย เกาหลีใต้ และตำรวจสากล สะท้อนถึงการทำงานอย่างเข้มข้นและต่อเนื่องของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการติดตามผู้ต้องหาคดีร้ายแรง และยืนยันนโยบาย “ประเทศไทยไม่ใช่ที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ” เมื่อได้รับการประสานงานมา บก.สส.สตม.สามารถจัดทีมล็อกพื้นที่ เพื่อควานหาเป้าหมายได้ทันที จากการทำงานแบบบูรณาการร่วมกับหน่วยงานระหว่างประเทศ และความร่วมมือของทีมสืบสวน ประกอบกับข้อมูลข่าวสารจากแหล่งข่าวภาคประชาชน ทำให้การจับกุมครั้งนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี