สตม.บุกทลายคฤหาสน์หรู แหล่งกบดานแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พบคนต่างด้าวกว่า 10 ราย พร้อมยาเสพติด อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ อีกหลายรายการ

0
14

เมื่อวันที่ 16 ก.ย.69 เวลาประมาณ 16.00 น. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ธนิต ไทยวัชรามาศ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.เชิงรณ ริมผดี รอง ผบช.ศ.ช่วยราชการ สตม.ได้สั่งการให้ บก.สส.สตม. เข้าตรวจค้นบ้านเลขที่ 42 ในซอยเอกชัย 112 แขวงบางบอนเหนือ เขตบางบอน กทม. ตามหมายค้นศาลอาญาธนบุรีที่ ค228/2569 ลง 16 ก.ย.69 ซึ่งเป็นคฤหาสน์หรูที่เชื่อว่าเป็นแหล่งกบดานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ พื้นที่ใช้สอยกว่า 2,515 ตร.ม. มูลค่ากว่า 270 ล้านบาท

ภายหลังเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบคฤหาสน์ดังกล่าว พบบุคคลต่างด้าว 13 ราย เป็นบุคคลสัญชาติญี่ปุ่น 4 ราย สัญชาติจีน 4 ราย สัญชาติเมียนมา 2 ราย สัญชาติไต้หวัน 2 ราย บุคคลพื้นที่สูง 1 ราย และพบคนไทยอีก 1 ราย รวม 14 ราย พร้อมพยานหลักฐานอื่น ๆ อีกจำนวนมาก ได้แก่ ยาเสพติดประเภทเคตามีน อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ และอุปกรณ์อื่น ๆ ที่เชื่อว่าใช้ในการกระทำความผิด หลอกลวงผู้เสียหาย เป็นคอมพิวเตอร์ 1 เครื่อง Laptop 2 เครื่อง Taplet 4 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 27 เครื่อง Pocket WiFi 6 เครื่อง โต๊ะทำงานของผู้ต้องหา 8 ตัว เครื่องแบบตำรวจญี่ปุ่น 3 ชุด บัตรประจำตัวตำรวจญี่ปุ่นพร้อมตรา 3 ชุด เครื่องหมายตำรวจญี่ปุ่น 10 ชิ้น

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มผู้ต้องหามีการหลอกลวงผู้เสียหายในรูปแบบขบวนการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ โดยหลอกลวงว่า เป็นระบบขนส่งของประเทศญี่ปุ่น ขอให้เหยื่อให้ข้อมูลส่วนตัวยืนยันที่อยู่ปัจจุบันและเบอร์โทรศัพท์ ต่อมาจะหลอกลวงว่า มีพัสดุผิดกฎหมายอยู่ในครอบครอง ทำให้เหยื่อเกิดความกลัว ก่อนที่จะแอบอ้างเป็นตำรวจญี่ปุ่นเมืองฮอกไกโด หลอกล่อให้เหยื่อโอนเงินให้ อีกรูปแบบจะเป็นลักษณะของการรับฝากเงิน โดยหลอกลวงว่า ใบรับฝากเงินชั่วคราวที่เหยื่อทำธุรกรรมนั้น เป็นเงินที่ได้มาจากการกระทำความผิด มีการฝากเงินเข้าบัญชีโดยผิดกฎหมาย ต่อมาก็จะหลอกลวงให้เหยื่อเชื่อว่าจะต้องถูกตำรวจญี่ปุ่นดำเนินคดี ก่อนจะขูดรีดเงินจากเหยื่อ เบื้องต้น สตม. ได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมด และดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง พ.ศ.2522 ในรายของคนต่างด้าว และได้ประสานข้อมูลกับทางการญี่ปุ่น เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดและเร่งช่วยเหลือผู้เสียหายในคดี

พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. กล่าวว่า กรณีแก๊งคอลเซ็นเตอร์ยังคงมีการลักลอบกระทำความผิดในประเทศไทยอยู่เป็นระยะๆ เมื่อมีการจับกุมดำเนินคดีในประเทศไทยเรียบร้อยแล้ว สตม. จะได้ประสานข้อมูลกับประเทศต้นทาง เพื่อตรวจสอบ ขยายผลความเชื่อมโยงที่อาจเกี่ยวข้องกับกลุ่มอื่น หรือความผิดอื่น ๆ ต่อไป