ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)กวาดล้างสารพัดเถื่อนรวบ 4 หมอฟันเถื่อน 1 หมอเก๊เปิดบ้านรับจัดฟัน-ทำฟันปลอมริมฟุตบาทยึดของกลางรวม 1,058 ชิ้น มูลค่ากว่า 3 แสนบาท

0
6

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก.เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.สสจ.จังหวัดสมุทรสาครโดย ทพญ.รัตน์ฐาภัทร จิระพิพรรธ ทันตแพทย์ ชำนาญการพิเศษด้านทันตสาธารณสุข รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร เปิดปฏิบัติการจับกุมแพทย์เถื่อน 5 ราย โดยเป็นทันตแพทย์เถื่อน จำนวน 4 ราย และแพทย์เถื่อน 1 ราย ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และสมุทรสาคร ตรวจยึดของกลางทั้งวัสดุ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ จำนวน 56 รายการ รวมกว่า 1,058 ชิ้น มูลค่ากว่า 330,000 บาท
พฤติการณ์สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือจากสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และได้รับเบาะแสจากประชาชนให้ตรวจสอบผู้ที่ลักลอบประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้รับอนุญาต โดยเปิดบริการ รับทำฟันปลอมและรีเทนเนอร์ให้กับประชาชนทั่วไปโดยผิดกฎหมาย โดยมีพฤติการณ์นัดลูกค้าเข้ารับบริการภายในบ้านพัก เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงลงพื้นที่ตรวจสอบพบว่ามีการกระทำผิดกฎหมายจริง จนนำมาสู่การระดมกวาดล้างแพทย์เถื่อน สถานพยาบาลเถื่อน ในห้วงเดือนสิงหาคม 2569 จำนวน 5 จุด ดังนี้

1.บ้านพักอาศัยในพื้นที่ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าพนักงานปกครองอำเภอกระทุ่มแบน นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าว พบ น.ส.ธันยพร (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี กำลังเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการจัดฟัน และให้ลูกค้าใส่อุปกรณ์ถ่างปากและเริ่มหยดน้ำยากัดฟัน สำหรับจัดฟันแฟชั่น จากการตรวจสอบพบว่า น.ส.ธันยพรฯ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล จากการสอบถาม น.ส.ธันยพรฯ รับว่าตนเองจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 3 ศึกหาความรู้ด้วยตนเองทางยูทูปและทดลองทำกับปากตัวเอง มีความชำนาญจึงเริ่มรับลูกค้า ให้บริการส่วนใหญ่เป็นการจัดฟันแฟชั่น มีค่าบริการเริ่มต้น 1,300 บาทขึ้นไป โดยติดต่อได้เข้าทำได้ทางเฟสบุ๊ค,ไลน์ และบอกต่อกัน โดยทำมาประมาณ 1 ปี มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 15,000 บาท

2.บ้านพักอาศัยในพื้นที่ ต.ท่าเสา อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร บ้านพักอาศัยในพื้นที่ ต.ท่าไม้ อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าพนักงานปกครองอำเภอกระทุ่มแบน นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้น พบ นายสมชาย (สงวนนามสกุล) อายุ 61 ปี กำลังเตรียมอุปกรณ์ที่จะใช้ในการพิมพ์ฟัน และได้นำอุปกรณ์สำหรับพิมพ์ฟัน(แบบพิมพ์ฟัน)เข้าไปในปากลูกค้า เพื่อทำฟันปลอม ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า นายสมชายฯ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล
จากการสอบถามนายสมชายฯ รับว่าตนเองจบการศึกษาระดับประถมศึกษาปีที่ 3 โดยเมื่อตอนอายุ 16 ปีได้เป็นพนักงานทำงานที่แลปทำฟันทำอยู่ 10กว่าปี และกลับมาเปิดทำเองที่บ้านอีก 30 กว่าปีจนถึงปัจจุบัน โดยปกติรับงานมาทำฟันปลอมจากสถานพยาบาลในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียง มีการรับทำโดยตรงจากจากชาวบ้านบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งสามารถต่อได้ทางเบอร์โทรศัพท์ มีรายได้ต่อเดือนประมาณ 40,000 – 50,000 บาท

3.บ้านพักอาศัยในพื้นที่ ต.สวนหลวง อ.กระทุ่มแบน จ.สมุทรสาคร เมื่อวันที่ 13 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และเจ้าพนักงานปกครองอำเภอกระทุ่มแบน นำหมายค้นของศาลจังหวัดสมุทรสาคร เข้าตรวจค้น พบ น.ส.สายฝน (สงวนนามสกุล) อายุ 44 ปี กำลังใส่แบบพิมพ์ฟันใส่เข้าไปในช่องปากของลูกค้า เพื่อพิมพ์ฟันบนและฟันล่าง สำหรับการทำรีเทนเนอร์ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า น.ส.สายฝนฯ ไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพ ทันตกรรม และสถานที่ดังกล่าวไม่มีใบอนุญาตประกอบกิจการ และไม่มีใบอนุญาตดำเนินการสถานพยาบาล จากการสอบถาม น.ส.สายฝนฯ รับว่าตนเองจบการศึกษาระดับมัธยมศึกษาปีที่ 6 ศึกหาความรู้จากการเป็นช่างทันตกรรม บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งในกรุงเทพมหานคร มีความชำนาญจึงเริ่มรับลูกค้าเองที่บ้าน ให้บริการส่วนใหญ่เป็นการทำรีเทนเนอร์ ซึ่งรับลูกค้าเองได้ประมาณ 3 ปี มีค่าบริการประมาณ 9,000 บาท

4.ร้านเทคนิคทำฟัน ริมฟุตบาทแห่งหนึ่ง แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกันจับกุมตัว น.ส.อุทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 56 ปี ตรวจยึด ฟันปลอม เรซิ่น และอุปกรณ์การทำฟัน รวม 11 รายการ จำนวน 509 ชิ้น ดำเนินคดีในความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต” โดยน.ส.อุทัยฯ รับว่าตนเองจบการศึกษาระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 เคยมีความรู้การทำฟันปลอมเนื่องจากเคยทำงานอยู่ในห้องปฏิบัติการทำฟันของเอกชน จึงได้มาดำเนินกิจการทำ-ซ่อมฟันปลอมที่ร้านดังกล่าว ทำมาแล้วเป็นเวลา 4-5 ปี มีผู้มาใช้บริการวันละประมาณ 4-5 คน

5.คลินิกเสริมความงามแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ เมื่อวันที่ 18 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ได้ร่วมกันนำหมายค้นของศาลแขวงสมุทรปราการ เข้าตรวจค้น ขณะตรวขค้น พบ น.ส.ธิติมา (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี กำลังฉีดดริปวิตามินเข้าสู่ร่างกายให้กับลูกค้า โดยขณะนั้นไม่มีแพทย์ประจำอยู่ในคลินิกดังกล่าว โดย น.ส.ธิติมาฯ รับว่า ตนเองจบการศึกษาระดับปริญญาตรี สาขาพยาบาลศาสตร์ มีใบประกอบวิชาชีพการพยาบาลและการผดุงครรภ์ แต่ไม่มีใบประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด โดยปัจจุบันลาออกและมาทำงานที่คลินิคดังกล่าวได้ประมาณ 1 เดือน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุม น.ส.ธิติมาฯ ดำเนินคดีความผิดฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต” ตรวจยึดของกลาง ชุด ดริปวิตามิน กระปุกน้ำเกลือ กระบอกฉีดยา ขวดบรรจุยาที่ใช้แล้ว รวมทั้งผลิตภัณฑ์ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา จำนวน 15 รายการ รวมจำนวน 124 ชิ้น มูลค่าประมาณ 20,000 บาท รวมตรวจค้น 5 จุด จับกุมผู้ต้องหา จำนวน 5 ราย โดยเป็นทันตแพทย์เถื่อน จำนวน 4 ราย แพทย์เถื่อน 1 ราย ตรวจยึดของกลาง ทั้งวัสดุ อุปกรณ์ ทางการแพทย์ จำนวน 56 รายการ รวมกว่า 1,058 ชิ้น มูลค่ากว่า 330,000 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี โดยทันตแพทย์เถื่อนทั้ง 4 รายให้การรับสารภาพตลอดทุกข้อกล่าวหา

เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิด ดังนี้ 1.กรณีทันตแพทย์เถื่อนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพทันตกรรม พ.ศ.2537 ฐาน “ประกอบวิชาชีพทันตกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.กรณีแพทย์เถื่อนจะมีความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525 ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรม โดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 3.กรณีสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

      ทพญ.รัตน์ฐาภัทร จิระพิพรรธ ทันตแพทย์ชำนาญการพิเศษด้านทันตสาธารณสุข รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร และในฐานะผู้ประสานงานของทันตแพทยสภา กล่าวขอเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อเข้ารับบริการ จากสถานประกอบการทำฟันที่ไม่ได้รับอนุญาต จากสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา หรือหน่วยงานที่เป็นผู้ดูแลกำกับ เพราะนอกจากจะเสียเงินแล้ว ยังอาจเสี่ยงอันตรายต่อสุขภาพช่องปาก ความเสี่ยงที่จะได้รับกระบวนการรักษาทางทันตกรรมหรือเครื่องมือที่ใช้ในการทำทันตกรรมไม่ได้มาตรฐาน ไม่สะอาด และไม่ผ่านการฆ่าเชื้อโรคอย่างถูกวิธี จะเป็นแหล่งแพร่กระจายเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผู้รับบริการได้ ทางทันตแพทยสภาขอย้ำว่า การรับบริการทางทันตกรรมไม่ว่าจะเป็นการจัดฟัน ทำฟันปลอม ทำรีเทนเนอร์ และการรับบริการทางทันตกรรมทุกประเภท ต้องเป็นการรับบริการจากทันตแพทย์ที่ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพทันตกรรมเท่านั้น เพื่อกระบวนการการรักษาจะต้องเป็นไปตามหลักวิชาชีพ ได้รับการให้บริการจากผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐาน จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

      พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้คือการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่คิดจะสวมรอยเป็นบุคคลากรทางการแพทย์ แสวงหาผลประโยชน์บนความเสี่ยงและอันตราย โดยทำการรักษาประชาชนอย่างไม่รับผิดชอบต่อสังคม การรับการรักษาจากหมอเถื่อนมีความเสี่ยงสูงมากที่จะนำไปสู่ การติดเชื้อ การรักษาผิดพลาด หรือแม้กระทั่งความพิการถาวรซึ่งเป็นความเสียหายที่ไม่อาจประเมินค่าได้ และสะท้อนให้เห็นว่า ความประมาทเพียงเล็กน้อยในการเลือกรับบริการ อาจเปลี่ยนชีวิตท่านไปตลอดกาล
      เนื่องจากฟันเป็นอวัยวะสำคัญของร่างกายที่เราใช้บดเคี้ยว รวมถึงเสริมสร้างบุคลิกภาพ จำเป็นต้องรับการรักษาจากทันตแพทย์ และสถานพยาบาลที่มีมาตรฐาน ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย โดยก่อนเข้ารับบริการทันตกรรม ต้องตรวจสอบป้ายชื่อทันตแพทย์ผู้ให้บริการในคลินิก และตรวจสอบสถานะใบอนุญาตสถานพยาบาลที่รักษาได้ที่เว็บไซต์ทันตแพทยสภาทุกครั้ง เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดกับตัวท่านเอง หากพบเบาะแสที่น่าสงสัย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค