ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ทลายโกดังสินค้านำเข้าจากต่างประเทศส่งขายออนไลน์ ตรวจยึดของกลางกว่า 8 หมื่นชิ้น มูลค่ากว่า 8 ล้านบาท

0
12

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ  แขวงโสภา รอง ผบช.ก.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ,พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว,พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง,พ.ต.อ.พัฒนพงศ์  ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.ปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ยา และวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน นำเข้าจากประเทศญี่ปุ่น ในพื้นที่ อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ตรวจยึดของกลาง 116 รายการ จำนวน 83,483 ชิ้น มูลค่ากว่า 8,348,300 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.หญิง อนุสรา บัวแดง สว.กก.4 บก.ปคบ.พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.

พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปราม การกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ทำการตรวจสอบร้านค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งมีการโฆษณาประกาศขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ที่ไม่ได้แสดงฉลากภาษาไทยให้แก่ประชาชนโดยทั่วไป เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการตรวจสอบร้านค้าบนแพลตฟอร์มดังกล่าวพบว่ามีการโฆษณาจำหน่าย ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอาง และวัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ที่มีการแสดงฉลากไม่ถูกต้อง (ไม่แสดงฉลากภาษาไทย) จริง ซึ่งหากประชาชนนำไปบริโภค อาจทำให้เกิดความเข้าใจผิดในส่วนประกอบ สรรพคุณ ข้อบ่งใช้ และวิธีใช้ ซึ่งเป็นสาระสำคัญเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ และอาจก่อให้เกิดอันตรายแก่ผู้ใช้ได้ จึงทำการสืบสวนจนทราบถึงสถานที่จับเก็บผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมาย

ต่อมาในวันที่ 11 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ได้นำหมายค้นของศาลแขวงสมุทรปราการ เข้าตรวจค้นสถานที่จัดเก็บและกระจายสินค้า ภายในโกดังแห่งหนึ่ง พื้นที่ ต.บางแก้ว อ.บางพลี จ.สมุทรปราการ ผลการตรวจพบ นายสุรศักดิ์ (สงวนนามสกุล) แสดงตัวเป็นผู้ดูแลสถานที่ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมาย ได้แก่ 1.เครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง และเครื่องสำอางที่มิได้แสดงฉลากภาษาไทย ได้แก่ ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า ผลิตภัณฑ์บำรุงริมฝีปาก ยาสีฟันยี่ห้อ แชมพู ครีมนวดผม ผลิตภัณฑ์ตกแต่งสีผม ผลิตภัณฑ์ย้อมสีผม ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดผิวหน้า สบู่เหลว เป็นต้น จำนวน 92 รายการ รวม 64,473 ชิ้น 2.ผลิตภัณฑ์วัตถุอันตรายที่ใช้ในบ้านเรือน ได้แก่ ผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดห้องน้ำ ผลิตภัณฑ์ซักผ้า สเปรย์ป้องกันเชื้อรา ผลิตภัณฑ์ไล่แมลง และน้ำยาล้างจาน ที่มิได้แจ้งข้อเท็จจริงหรือขึ้นทะเบียน และมิได้แสดงฉลากภาษาไทย เป็นต้น จำนวน 22 รายการ รวม 4,300 ชิ้น .3.ยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา ประเภท น้ำตาเทียม จำนวน 1 รายการ รวม 310 ชิ้น 4. ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีเลขสารบบอาหาร ประเภท เสริมอาหารจำนวน 1 รายการ รวม 14,400 ชิ้น รวมตรวจยึดของกลาง จำนวน 116 รายการ รวมทั้งสิ้น 83,483 ชิ้น มูลค่ากว่า 8,348,300 บาท ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก. ปคบ. ดำเนินคดี

    จากการสืบสวนพบว่า โกดังแห่งนี้เดิมใช้เป็นสถานที่พักและจัดเก็บสินค้านำเข้า ต่อมาได้เปิดให้บริการรับฝากสินค้าและรับจ้างแพ็คบรรจุสินค้าส่งแก่ผู้สั่งซื้อผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ในแต่ละวัน โดยให้บริการกับผู้ประกอบการหลายราย มียอดขายวันละ 200–300 ชิ้น ค่าบริการบรรจุภัณฑ์กล่องละ 10–12 บาท โดยทำมาแล้วเป็นระยะเวลากว่า 4 ปี จากการตรวจสอบสินค้าภายในโกดังพบว่า เป็นสินค้านำเข้ามาจากประเทศญี่ปุ่นที่มิได้จดแจ้งกับ อย. และไม่มีการแสดงฉลากภาษาไทย โดยในการตรวจค้นในครั้งนี้ พบ “ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ได้แก่ น้ำตาเทียม ซึ่งการซื้อยามาใช้นั้น ผู้บริโภคควรได้รับคำแนะนำการใช้ยาจากเภสัชกร เพื่อให้การใช้ยาเป็นไปอย่างถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภัย โดยยาที่ตรวจพบไม่แสดงฉลากภาษาไทย การซื้อไปอุปโภคอาจทำให้เกิดความเข้าใจผิด และอาจก่อให้เกิดอันตรายจากการใช้ยาได้

    เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม 1.พ.ร.บ. เครื่องสำอาง พ.ศ. 2558 ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 20,000 บาท -ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.วัตถุอันตราย พ.ศ. 2535 ฐาน “ขายวัตถุอันตรายที่แสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ. ยา พ.ศ. 2510 ฐาน “ขายยาโดยมิได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ฐาน “ขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ. อาหาร พ.ศ. 2522  ฐาน “จำหน่ายอาหารแสดงฉลากไม่ถูกต้อง” ระวางโทษปรับไม่เกิน 30,000 บาท

      พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. มีการเฝ้าระวังในการตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายและไม่ได้มาตรฐาน เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้บริโภค และขอฝากความห่วงใยมายังพี่น้องประชาชนในการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพมาบริโภค โดยเฉพาะอาหาร และยาที่ต้องรับประทานเข้าสู่ร่างกาย ควรเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่แสดงฉลาก สรรพคุณ ส่วนประกอบ ผู้ผลิตและสถานที่ผลิตที่ครบถ้วน น่าเชื่อถือ และตรวจสอบได้ เพราะฉลากผลิตภัณฑ์เป็นส่วนสำคัญในการตัดสินใจซื้อสินค้ามาบริโภค หากแสดงฉลากไม่ครบถ้วนถูกต้อง อาจทำให้ผู้บริโภคเข้าใจผิด เมื่อนำไปบริโภคอาจก่อให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพได้ และขอเน้นย้ำกับผู้ลักลอบนำเข้าสินค้ามาจำหน่ายทั้งหลายว่าอย่านำสินค้าที่ผิดกฎหมายมาจำหน่ายโดยเด็ดขาด หากพบจะดำเนินการทางกฎหมายให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ผู้ที่พบเห็นการกระทำความผิดกฎหมายในลักษณะอื่นใด สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ.1135 หรือ เพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภคได้ตลอดเวลา