ตม.1 ขานรับนโยบายรัฐบาล บุกจับร้านบุหรี่ไฟฟ้ากลางตลาดคลองถมรวบคาหนังคาเขา ขายให้เด็กนักเรียน ยึดของกลางเกือบ 300 ชิ้นมูลค่ากว่า 80,000 บาท

0
7

ตามนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มีการระดมกวาดล้างการกระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ โดยให้กวาดล้าง ปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับบุหรี่ไฟฟ้าและผลิตภัณฑ์ยาสูบ ทั้งกรณีพบความผิดทั่วไป (On ground) และทางออนไลน์ (Online) ประกอบกับมีประชาชนแจ้งเบาะแสว่า มีชายลักษณะคล้ายคนต่างด้าวสื่อสารด้วยภาษาลาว ลักลอบจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าอยู่ภายในตลาดคลองถม โดยจำหน่ายให้แก่บุคคลทั่วไป รวมถึงเด็กและเยาวชน ไม่เว้นแม้กระทั่งเยาวชนในชุดเครื่องแบบนักเรียน

วันที่ 2 กรกฎาคม 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1, พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1, ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1, พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ, พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 นำกำลังเข้าตรวจสอบภายในตลาดคลองถม โดยเจ้าหน้าที่ได้แฝงตัวเป็นนักท่องเที่ยวเดินเลือกชมสินค้าภายในตลาดพร้อมทั้งสังเกตการณ์ตรวจหาร้านจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้า ตามที่ประชาชนแจ้งเบาะแสมา จนกระทั่งพบร้านแผงลอยที่จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าว มีการตั้งวางสินค้าอย่างชัดเจน และพบชาย 2 ราย กำลังจะจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่เยาวชนในชุดเครื่องแบบนักเรียน

เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 จึงได้แสดงตนเป็นเจ้าพนักงานตำรวจ เข้าตรวจสอบร้านดังกล่าวขณะตรวจสอบพบนาย เก้า (นามสมมุติ) สัญชาติไทย แสดงตนเป็นเจ้าของร้าน และนาย เอ (นามสมมุติ) สัญชาติไทย เป็นลูกจ้าง จากการสอบถามนายเก้า ให้การว่าตนเองจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าที่ร้านดังกล่าวมาได้ประมาณหนึ่งเดือน ส่วนสาเหตุที่ตนเองสื่อสารภาษาลาวนั้น ตนเองเป็นคนอีสาน ภูมิลำเนาอยู่ จังหวัดศรีสะเกษ และยอมรับว่าจำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าให้แก่คนทั่วไปจริง

เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงแจ้งข้อกล่าวให้นายเก้า และนาย เอ ทราบว่า “ร่วมกันช่วยซ่อนเร้น ช่วยจำหน่าย ช่วยพาไปเสีย ซื้อ รับจำนำ หรือรับไว้โดยประการใด ซึ่งของอันตนรู้ว่าเป็นของที่เข้ามาในราชอาณาจักรโดยยังมิได้ผ่านพิธีศุลกากรโดยถูกต้อง” และฝ่าฝืนคำสั่งคณะกรรมการว่าด้วยความปลอดภัยของสินค้าและบริการ ที่ 25/2567 เรื่อง ห้ามผลิตเพื่อขาย ห้ามขายหรือให้บริการสินค้าบารากู่ บารากูไฟฟ้า หรือบุหรี่ไฟฟ้า หรือตัวยาบารากู่ น้ำยาสำหรับเติมบารากูไฟฟ้าหรือบุหรี่ไฟฟ้า”
พร้อมทั้งตรวจยึดสิ่งของ บุหรี่ไฟฟ้า 80 ชิ้น น้ำยาบุหรี่ไฟฟ้า 175 ชิ้น แบตเตอรี่ ของบุหรี่ไฟฟ้า 6 ชิ้น รวม 261 รายการ มูลค่ากว่า 80,000บาท จากนัั้นนำตัวผู้ถูกจับกุมทั้งสองรายพร้อมทั้งของกลางส่งพนักงานสอบสวน สน.พลับพลาไชย1 ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ทั้งนี้ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง จะได้ดำเนินการขยายผลถึงที่มาของบุหรี่ไฟฟ้าดังกล่าวต่อไป และขอประชาสัมพันธ์ว่าหากมีผู้พบเห็นการกระทำผิดกฎหมาย หรือมีบาะแสการกระทำผิดเพิ่มเติมสามารถประสานข้อมูลแจ้งเบาะแสได้ที่หมายเลขสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง