กอง1สืบสตม.รวบ”อาฉุน”ปิดเกมทุนเทาจีน!คดีฉ้อโกงระดมทุน 900 ล้านบาท เตรียมส่งกลับจีนดำเนินคดี

0
6

วันที่ 24 ก.ค.69 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม./ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม./รอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว ช่วยราชการ บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ดำเนินการติดตามและควบคุมตัว MR.ZHANG Chun หรือ อาฉุน อายุ 46 ปี สัญชาติจีน

ผู้ต้องหารายดังกล่าวเป็นบุคคลตามหมายจับของศาลเขตช่างเฉิง เมืองหางโจว มณฑลเจ้อเจียง สาธารณรัฐประชาชนจีน ลงวันที่ 23 กรกฎาคม 2567 ในความผิดฐาน ฉ้อโกงในการระดมทุน โดย ผบก.สส.สตม. ได้อนุมัติให้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ก่อนควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อกักตัวรอการส่งกลับไปดำเนินคดีที่สาธารณรัฐประชาชนจีน คดีดังกล่าวเกิดจากการที่ผู้ต้องหาสร้างข้อมูลอันเป็นเท็จ เพื่อชักชวนประชาชนร่วมลงทุน โดยไม่นำเงินที่ได้รับไปใช้ในการดำเนินธุรกิจตามที่กล่าวอ้าง แต่กลับใช้จ่ายเงินทุนโดยมิชอบ ส่งผลให้ไม่สามารถคืนเงินแก่ผู้ลงทุนได้ เป็นมูลค่ากว่า 180 ล้านหยวน (ประมาณ 900 ล้านบาท) มีผู้เสียหายมากกว่า 1,000 ราย และก่อให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจโดยตรงกว่า 120 ล้านหยวน (ประมาณ 600 ล้านบาท) ต่อมา สถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ได้ประสานขอความร่วมมือสำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้

ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. สืบสวนจนทราบว่าผู้ต้องหาเดินทางเข้ามาพักอาศัยในประเทศไทย จึงรวบรวมพยานหลักฐาน ขออนุมัติเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และขอหมายค้นศาลแขวงพระนครเหนือเข้าตรวจค้นห้องพักภายในคอนโดแห่งหนึ่ง แขวงห้วยขวาง เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร พบ MR. ZHANG Chun พักอาศัยอยู่ภายในห้องดังกล่าว จึงควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนการผลักดันและส่งกลับไปดำเนินคดี ณ สาธารณรัฐประชาชนจีนต่อไป

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายระหว่างประเทศไทยและสาธารณรัฐประชาชนจีน และสะท้อนนโยบายของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองที่จะไม่ปล่อยให้ประเทศไทยเป็นที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ พร้อมเร่งผลักดันผู้กระทำผิดกลับไปดำเนินคดีตามกฎหมายของประเทศผู้ร้องขออย่างต่อเนื่อง ตอกย้ำว่าไทยไม่ใช่ที่หลบซ่อน! ปิดทางหนีอาชญากรข้ามชาติ! โดยเน้นการทำงานบูรณาการแบบเป็นทีม