
พล.ต.ท.กฤษฎา กาญจนอลงกรณ์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.,สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมแถลงผลปฏิบัติการจับกุมกวาดล้างเครือข่ายผู้ผลิตและจำหน่ายยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic Steroids) ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยารายใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดยาสเตียรอยด์ชนิดฉีดและชนิดรับประทานพร้อมเครื่องมือเครื่องจักร อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต รวมถึงวัตถุดิบที่นำไปผลิตเป็นยาสำเร็จรูป มูลค่าของกลางกว่า 50 ล้านบาท
พฤติการณ์สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก. 4 บก.ปคบ.) ได้รับการประสานจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ให้สืบขยายผลหาผู้ผลิตและจำหน่ายอนาบอลิกสเตียรอยด์ (Anabolic steroids) ซึ่งเป็นสารสังเคราะห์เลียนแบบฮอร์โมนเพศชาย มีฤทธิ์เร่งการสร้างโปรตีนและเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทางการแพทย์ใช้รักษาภาวะฮอร์โมนบกพร่องและกล้ามเนื้อลีบ แต่ในวงการฟิตเนสมักถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเพื่อเพิ่มขนาดกล้ามเนื้ออย่างรวดเร็ว หากใช้ในปริมาณสูงอาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อระบบฮอร์โมนและอวัยวะภายในอย่างเฉียบพลัน เช่น ภาวะตับอักเสบ ไตวายเฉียบพลัน ความดันโลหิตสูง ร่างกายหยุดผลิตฮอร์โมนเพศตามธรรมชาติ ส่งผลให้ลูกอัณฑะฝ่อและเล็กลง หย่อนสมรรถภาพทางเพศ และเสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจโต จนหัวใจล้มเหลวเฉียบพลันถึงขั้นเสียชีวิตได้
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนจนทราบถึงกลุ่มเครือข่ายผู้ผลิตว่ามีการลักลอบผลิตและบรรจุอยู่ภายในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
โดยในวันที่ 23 มิถุนายน 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ร่วมกับพนักงานเจ้าหน้าที่ อย. นำหมายค้นของศาลอาญาพระโขนงเข้าตรวจค้นสถานที่ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจำหน่าย จำนวน 2 จุด ดังนี้ สถานที่ผลิต และจำหน่าย ภายในคอนโดแห่งหนึ่งในซอยพัฒนาการ 51 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร พบนายอนุวัฒน์(สงวนนามสกุล) อายุ 39 ปี เป็นผู้นำตรวจค้นทั้ง 2 จุด ตรวจยึดของกลาง ได้แก่ 1.ผลิตภัณฑ์ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูปชนิดฉีดและชนิดรับประทาน พร้อมขวดไวอัล สำหรับใช้บรรจุของเหลว และผงสารเคมี จำนวน 9,290 ขวด ขวดไวอัลเปล่า จำนวน 26,232 ขวด สารเคมีบรรจุในถุง ไม่ทราบชนิด จำนวน 6 ถุง สารเคมีบรรจุในถุง ระบุชื่อสาร “mannitol” จำนวน 1 ถุง ของเหลวใสสีเหลืองบรรจุในแกลลอน จำนวน 9 แกลลอนเครื่องมือและอุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องปิดฝาขวดยาฉีด เครื่องพิมพ์รุ่นการผลิตปิเปต เครื่องชั่งดิจิทัล ตู้ฟรีซ ชุดกรองสุญญากาศ ชุดเครื่องแก้วสูญญากาศ เครื่องอบฆ่าเชื้อ เครื่องอบลมร้อน ตู้อบรังสี UV จำนวน 14 รายการ รวม 41 ชิ้น กล่องบรรจุภัณฑ์ยี่ห้อต่างๆ สติกเกอร์ จุกยาง ฝาโลหะ ฯลฯ รวมทั้งสิ้น 122,092 ชิ้น และสถานที่ผลิตและจำหน่าย ภายในคอนโดแห่งหนึ่ง(ห้องติดกัน) ในซอยพัฒนาการ 51 แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึด ผลิตภัณฑ์กลุ่มยาต้านฮอร์โมนเอสโทรเจน และยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูป ชนิดรับประทาน และยาเม็ดบรรจุในกระปุกไม่มีฉลาก จำนวน 155,000 เม็ด ยาเม็ดรอการบรรจุ จำนวน 199 ถุง กล่องบรรจุภัณฑ์ กระปุกยาเปล่า สติกเกอร์ฉลากหลายยี่ห้อ ซองกันชื้น รวม 405,094 ชิ้น อุปกรณ์ที่ใช้ในการผลิต เช่น เครื่องกรอกเม็ดยา เครื่องซีล และไดร์เป่าลมร้อน รวม 5 เครื่อง รวมตรวจค้น 2 จุด ตรวจยึดผลิตภัณฑ์ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์ชนิดฉีดและรับประทาน จำนวน 8,690 ขวด ผลิตภัณฑ์กลุ่มยาต้านฮอร์โมนเอสโทรเจนและยาอนาบอลิกสเตียรอยด์สำเร็จรูปชนิดรับประทาน จำนวน 77,700 เม็ด ยาที่อยู่ระหว่างผลิต จำนวน 155,000 เม็ด วัตถุดิบที่ใช้ในการผลิต เช่น สารเคมี ของเหลว บรรจุภัณฑ์ชนิดต่าง ๆ จำนวนกว่า 536,691 ชิ้น รวมทั้งเครื่องจักร อุปกรณ์ จำนวน 46 ชิ้น รวมมูลค่ากว่า 50,000,000 บาท
จากการสืบสวนพบว่าผู้กระทำความผิดนำส่วนผสม วัตถุดิบ และบรรจุภัณฑ์จากสถานที่ต่าง ๆ มาลักลอบผลิต บรรจุ ติดฉลาก จนเป็นผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปภายในห้องพักที่เป็นคอนโด พื้นที่ซอยพัฒนาการ 51 แขวงและเขตสวนหลวง กรุงเทพมหานคร โดยไม่ได้รับอนุญาตจาก อย. อีกทั้งกระบวนการผลิตไม่ได้มาตรฐานและไม่ถูกสุขลักษณะ ขายส่งลูกค้าวงการนักเพาะกายและวงการฟิตเนส ทั้งในและต่างประเทศ โดยทำมาแล้วประมาณ 3 ปี อีกทั้งจากการสืบสวนทราบว่า กลุ่มผู้กระทำผิดดังกล่าว เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีในความผิดลักษณะเดียวกันมาก่อน แต่ยังกระทำผิดซ้ำซากโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค หวังแต่ผลประโยชน์ทางด้านธุรกิจ เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 1.ฐาน “ผลิตยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท 2.ฐาน“ผลิตและขายยาที่มิได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า จากนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขที่มุ่งเน้นให้คนไทยสุขภาพดี การปราบปรามผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายและคุ้มครองความปลอดภัยของประชาชน จึงเป็นภารกิจที่สำคัญของ อย.และในวันนี้ได้แสดงให้เห็นถึงการบูรณาการการทำงานร่วมกันกับกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) อย่างเข้มแข็งโดยได้สืบสวนขยายผลจนสามารถทลายเครือข่ายลักลอบผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์รายใหญ่ ตรวจค้น 2 จุด ภายในคอนโดย่านพัฒนาการ ตรวจยึดยาชนิดฉีดและชนิดรับประทาน วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิต รวมมูลค่ากว่า 50 ล้านบาท ซึ่งเป็นการตอบสนองนโยบายเชิงรุกในการจัดการปัญหายาเถื่อนอย่างเป็นรูปธรรม จากการตรวจสอบพบว่ายาทั้งหมดผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต ไม่มีทะเบียนตำรับยาและไม่ผ่านมาตรฐานการผลิต โดยเฉพาะยาฉีดที่ไม่ผ่านกระบวนการทำให้ปราศจากเชื้อ ซึ่งก่อให้เกิดความเสี่ยงร้ายแรงต่อผู้ใช้ การใช้ยาอนาบอลิกสเตียรอยด์โดยไม่มีแพทย์ดูแลอาจส่งผลกระทบต่อระบบฮอร์โมน ตับ ไต และหัวใจ รวมถึงเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะมีบุตรยาก และในกรณีของยาฉีดที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจทำให้เกิดการติดเชื้อในกระแสเลือดจนเป็นอันตรายถึงชีวิต และขอเตือนผู้ที่คิดจะกระทำความผิด อย.จะเดินหน้าดำเนินการเชิงรุกอย่างต่อเนื่องร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการสืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีผู้กระทำผิดจนถึงที่สุด พร้อมขอความร่วมมือประชาชนตรวจสอบผลิตภัณฑ์ก่อนเลือกซื้อผ่านเว็บไซต์ อย. หรือ Line @FDAThai หรือแอปหมอพร้อม และหากพบเบาะแสการผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน อย. 1556 เพื่อร่วมกันปกป้องความปลอดภัยของผู้บริโภคในสังคม

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวในตอนท้ายว่า กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง โดย กก.4 บก.ปคบ. ได้บูรณาการการทำงานร่วมกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ในการสืบสวน เฝ้าระวัง และขยายผลเครือข่ายลักลอบผลิตและจำหน่ายยาที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างต่อเนื่อง ปฏิบัติการครั้งนี้สามารถทลายแหล่งผลิตยาอนาบอลิกสเตียรอยด์รายใหญ่ ตรวจยึดยา วัตถุดิบ เครื่องจักร และอุปกรณ์การผลิตจำนวนมาก สะท้อนให้เห็นถึงการกระทำความผิดที่เป็นขบวนการ มีการลักลอบผลิตในสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาตและไม่ผ่านมาตรฐาน เพื่อจำหน่ายทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของผู้บริโภค ขอฝากความห่วงใยถึงประชาชนว่า การเลือกซื้อยาที่ไม่มีทะเบียนตำรับยา หรือผลิตจากสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต โดยเฉพาะการนำมาใช้เองเพื่อหวังผลในการเพิ่มมวลกล้ามเนื้อ มีความเสี่ยงต่อสุขภาพและอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต จึงขอให้เลือกใช้ยาภายใต้การดูแลของแพทย์และซื้อจากแหล่งจำหน่ายที่ถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้นเพื่อความปลอดภัยของตนเอง และขอเตือนไปยังผู้ลักลอบผลิต นำเข้าและจำหน่ายยาเถื่อนว่า ตำรวจสอบสวนกลางและ อย. จะร่วมกันเดินหน้าสืบสวน ขยายผล และดำเนินคดีอย่างจริงจังในทุกมิติ พร้อมกวดขันจับกุมผู้กระทำผิดในทุกรูปแบบ หากพบการกระทำความผิดจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างถึงที่สุด ทั้งนี้ หากประชาชนพบเบาะแสการลักลอบผลิตหรือจำหน่ายผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือผ่านเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค เพื่อร่วมกันปกป้องสังคมจากผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย
