
สืบเนื่องจากสาธารณรัฐประชาชนจีนได้ประสานสำนักงานตำรวจแก่งชาติ ขอให้ติดตามตัวบุคคลสัญชาติจีน ที่มีพฤติการณ์ฉ้อโกงในลักษณะแชร์ลูกโซ่ ซึ่ง สตม. ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 ได้สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1 นำโดยพ.ต.ท.ยศธน กระบิน รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 และ ว่าที่ พ.ต.ท.ปิยะณัฐ รัตนเพียร สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1 พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 ติดตามหาตัวบุคคลดังกล่าว
นายเฟย (นามสมมุติ) สัญชาติจีน เป็นบุคคลที่ทางการจีนต้องการตัว โดยมีพฤติการณ์ฉ้อโกง และมีผู้เสียหายจำนวนมาก เหตุเกิดในช่วงระหว่างเดือนตุลาคม ปี 2011 ถึงเดือน มิถุนายน ปี 2014 นายเฟย ได้ร่วมกับบุคคลอื่น ดำเนินกิจกรรมแชร์ลูกโซ่ในนามของโครงการ “1040” โดยใช้ผลตอบแทนที่สูงเป็นสิ่งล่อใจ และได้โฆษณาโครงการ “1040” ที่สร้างขึ้นมา ผ่านการพูดบอกต่อ การรวมกลุ่มปิดเฉพาะ และวิธีการอื่น ๆ เพื่อหลอกให้เหยื่อสมัครเป็นสมาชิกของโครงการ และเรียกเก็บเงินค่าสมาชิกคนละ 69,800 หยวน (349,000 บาท)
จากนั้นจะชักจูงสมาชิกให้ไปหาสมาชิกใหม่ เพื่อสร้างโครงสร้างแบบหลายระดับ และใช้จำนวนสมาชิก รวมถึงความแตกต่างของระดับสมาชิก เป็นฐานในการคำนวณค่าตอบแทนและเงินคืน โดยมีการสัญญาว่าสมาชิกที่สามารถขึ้นไปถึงระดับสูงสุด จะได้รับผลตอบแทนสูงถึง 10.4 ล้านหยวน (52 ล้านบาท) โดย นายเฟย ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้จัดตั้ง และผู้นำของขบวนการนี้ มีหน้าที่รับผิดชอบในการติดตามจำนวนสมาชิก และบริหารจัดการค่าธรรมเนียมสมาชิก ณ เวลาที่ยื่นฟ้องคดีโครงการแชร์ลูกโซ่นี้ มีสมาชิกมากกว่า 300 คน และมีมูลค่าเงินที่เกี่ยวข้อง รวมประมาณกว่า 100 ล้านบาท จึงถูกออกหมายจับโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะเขตพัฒนาเศรษฐกิจและเทคโนโลยี เมืองจ้านเจียง มณฑลกวางตุ้ง สาธารณรัฐประชาชนจีน และหนังสือเดินทางถูกเพิกถอน (จากทางการประเทศนั้นๆ ) จึงได้ประสานทางการไทยให้ช่วยติดตามตัว
เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สืบสวน บก.ตม.1 สืบทราบว่า นายเฟย ได้พักอาศัยและเปิดธุรกิจ ภายในโครงการสำเพ็ง 2 แขวงบางแค เขตบางแค กรุงเทพมหานคร วันนี้ (17 เม.ย.69) เวลาประมาณ 10.00 น.จึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบนายเฟย อยู่บริเวณสถานที่ดังกล่าว เมื่อตรวจสอบว่าเป็นบุคคลเดียวกับที่ได้รับการประสานมา จึงได้เพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรของนายเฟย หลังทราบว่ากระทำความผิดฐานฉ้อโกง โดยแจ้งเหตุแห่งการเพิกถอนให้เจ้าตัวทราบ และนำตัวส่ง กก.3 บก.สส สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
