หนีไม่รอด ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม.ล็อกตัวผู้ต้องหาตามหมายจับจีนคดีธุรกิจผิดกฎหมาย แถมเจอ OVERSTAY หนีคดีข้ามชาติ

0
5

วันที่ 14 กรกฎาคม 2569 ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ผบช.สตม.) และผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ สตม. (ศปชก.สตม.),พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. และรอง ผอ.ศปชก.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.และกรรมการเลขานุการ ศปชก.สตม.,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง ช่วยราชการ บก.สส.สตม. ได้สั่งการให้ พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. นำกำลังชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ติดตามจับกุมผู้ต้องหาตามหมายจับของสาธารณรัฐประชาชนจีน เจ้าหน้าที่สามารถจับกุม “นายหวง” (นามสมมุติ) อายุ 43 ปี สัญชาติจีน ได้บริเวณหน้าบริษัทแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับของทางการจีน ในความผิดฐาน ดำเนินธุรกิจผิดกฎหมาย พร้อมดำเนินคดีในความผิดตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมืองฯ ฐานเป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (OVERSTAY) เป็นเวลา 12 วัน ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.

การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากสถานเอกอัครราชทูตสาธารณรัฐประชาชนจีนประจำประเทศไทย ประสานขอความร่วมมือให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายดังกล่าว ซึ่งถูกออกหมายจับโดยกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ เมืองจิงโจว มณฑลหูเป่ย จากคดีร่วมกับพวกลักลอบซื้อ ขนส่ง และจำหน่ายดอกไม้ไฟและประทัดโดยผิดกฎหมาย จนทางการจีนตรวจยึดของกลางได้กว่า 30,000 ชิ้น มูลค่ากว่าหนึ่งล้านหยวน และออกหมายจับผู้ร่วมขบวนการ

ชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. เร่งแกะรอยและตรวจสอบฐานข้อมูล จนพบว่าผู้ต้องหาหลบหนีเข้ามาพักอาศัยในพื้นที่เขตห้วยขวาง และยังอยู่เกินกำหนดอนุญาต จึงเฝ้าติดตามความเคลื่อนไหว กระทั่งสามารถเข้าจับกุมได้โดยละมุนละม่อม การจับกุมครั้งนี้สะท้อนถึง ศักยภาพของชุดสืบสวน กก.1 บก.สส.สตม. ที่ใช้ข้อมูลข่าวกรองจากต่างประเทศผสานกับการสืบสวนภาคสนามอย่างมีประสิทธิภาพ สามารถติดตามจับกุมผู้ต้องหาข้ามชาติ พร้อมบังคับใช้กฎหมายคนเข้าเมืองอย่างเคร่งครัด

สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองยืนยันเดินหน้าปฏิบัติตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติในการกวาดล้างอาชญากรรมข้ามชาติอย่างต่อเนื่อง พร้อมใช้มาตรการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ผลักดัน และส่งกลับผู้กระทำผิด เพื่อย้ำชัดว่า “ประเทศไทยไม่ใช่ที่หลบภัยของอาชญากรข้ามชาติ ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด”