ปทุมธานี สืบปากคลองรังสิต รวบหย๋ารังสิต ลักรถจักรยานยนต์ชำแหละขายออนไลน์

0
9

เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 22 พฤษภาคม 2569 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พ.ต.อ.สุวัฒน์ ตันติมาสน์ และ พ.ต.อ.ธงรบ แจ้งจิต รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี พ.ต.อ.พัฒนชัย ภมรพิบูลย์ ผกก.สภ.ปากคลองรังสิต พ.ต.ท.สิรภพ บัวหลวง รองผู้กำกับการสืบสวน, พ.ต.ต.อิทธิพล พุทธรักษา สารวัตรสืบสวน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนสภ.ปากคลองรังสิต แถลงข่าวจับกุมนายมงคล มณีศรี อายุ 47 ปี หรือ หย๋า รังสิต อาชีพขับวินมอไซค์รับจ้าง ชาวจังหวัดนครราชสีมา พร้อมของกลางรถยนต์กระบะ 1 คัน รถจักรยานยนต์ 6 คัน และชิ้นส่วนอะไหล่รถยนต์และรถจักรยานยนต์อีกเป็นจำนวนมาก โดยสามารถจับกุมได้ที่บ้านเช่าเลขที่ 1 ต.คูคต อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี

 พล.ต.ต.พีรพล โชติกเสถียร ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากนายชาตรี ผิวเผือก อายุ 40 ปี เข้าแจ้งความว่า เมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 23.00 น.รถจักรยานยนต์ คาวาซากิ รุ่นเซอร์ปิโก สีเขียว-ขาว ทะเบียน กยบ 615 สุพรรณบุรี ที่จอดอยู่หน้าบ้านพัก มาเช้าวันที่ 6 พฤษภาคม 2569 เวลาประมาณ 06.00 น.พบว่ารถจักรยานยนต์คันดังกล่าวได้หายไปจากที่เกิดเหตุลานจอดรถหน้าบ้านเลขที่ 52/156 หมู่บ้านตรีโชค หมู่ 2 ต.บางพูน อ.เมือง จ.ปทุมธานี

 ภายหลังเกิดเหตุเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบผู้ก่อเหตุและรถยนต์ที่ใช้ในการกระทำผิดจึงเร่งสืบสวนติดตามตัวอย่างต่อเนื่อง ต่อมาเมื่อวันที่ 21 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับพบรถยนต์ต้องสงสัยของผู้ก่อเหตุจอดอยู่ภายในหอพักไม่มีชื่อเลขที่ 1/3 หมู่ 2 ต.ประชาธิปัตย์ อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบพบรถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110 i ทะเบียน 1ขร 5827 กรุงเทพมหานคร และรถยนต์ โตโยต้า วีโก้ สีดำ สวมทะเบียน ถย 1258 กรุงเทพมหานคร จอดอยู่ใต้หอพักซึ่งตรงกับภาพกล้องวงจรปิด

 จากการสอบถามเจ้าของหอพักทราบว่ารถทั้งสองคันเป็นของนายมงคล ชาวจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งพักอยู่ที่ห้องเลขที่ 1 ชั้น 2 ของหอพักดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบพบนายมงคลเปิดประตูห้องให้ตรวจค้นภายในห้องพบชิ้นส่วนอะไหล่รถจักรยานยนต์จำนวนมาก นายมงคล ยอมรับว่าเป็นคนก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์คารซาซากิ รุ่นเซอร์ปิโกไปจริง

 นายมงคล ให้การรับสารภาพว่า ก่อเหตุเพียงลำพัง โดยขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ 110i ไปจอดไว้บนสะพานข้ามคลองเปรมก่อนเข้าไปเข็นขโมยรถจักรยานยนต์ออกมาซ่อนไว้แล้วขี่รถของตนกลับที่พักแล้วขับรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีดำ ซึ่งสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอมกลับมายังสะพานใช้บันไดยกรถจักรยานยนต์ขึ้นท้ายรถใช้ผ้าสีขาวคลุมอำพรางก่อนหลบหนีกลับหอพักและถอดแยกชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์ทั้งหมดลงขายในช่องออนไลน์

 ทั้งนี้ จากการตรวจค้นภายในห้องพัก เจ้าหน้าที่สามารถตรวจยึดของกลางได้รวมทั้งสิ้น 34 รายการ ประกอบด้วย ซากรถและชิ้นส่วนรถจักรยานยนต์คาวาซากิ รุ่นเซอร์ปิโก้ รวมถึงรถยนต์โตโยต้า วีโก้ สีดำ ที่ใช้ก่อเหตุ ตรวจสอบพบว่าเป็นรถที่มีการแจ้งหายไว้ที่ สภ.คลองหลวง ตั้งแต่ปี 2553 และยังพบว่ามีการสวมแผ่นป้ายทะเบียนปลอม นอกจากนี้ยังตรวจยึดรถจักรยานยนต์ ฮอนด้า เวฟ 110i ที่ผู้ต้องหาใช้ก่อเหตุ ซึ่งแจ้งหายไว้ที่ สภ.คูคต รวมถึงรถจักรยานยนต์และชิ้นส่วนอะไหล่อื่นๆอีกหลายรายการ

 ด้านนายชาตรี ผิวเผือก อายุ 41 ปี ผู้เสียหาย ได้ขอบคุณเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากคลองรังสิต รถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นรถรุ่นเก่าแต่เป็นที่นิยมในตลาดรถจักรยานยนต์ซึ่งเป็นของญาติยกให้และได้จอดทิ้งไว้ที่บ้านแต่ก็มาถูกขโมยไป รู้สึกทั้งดีใจและเสียใจเพราะพบว่ารถจักรยานยนต์ถูกชำแหละเหลือเพียงชิ้นส่วนไม่กี่ชิ้น ทราบว่าชิ้นส่วนอะไหล่ถูกแยกชำแหละไปไว้ที่ จ.นครราชสีมา เจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งว่าจะติดตามนำชิ้นส่วนที่เหลือมาให้

 ด้านพล.ต.ต.พีรพล กล่าวว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.ปากคลองรังสิต ดำเนินคดีในข้อหา “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยใช้ยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การกระทำผิด หรือการพาทรัพย์นั้นไป และเพื่อให้พ้นการจับกุม หรือรับของโจร” อย่างไรก็ตามตำรวจภูธรจังหวัดปทุมธานี ขอความร่วมมือประชาชนผู้นำชุมชนและสมาชิกแจ้งข่าวอาชญากรรมร่วมเป็นหูเป็นตาให้กับเจ้าหน้าที่หากพบเบาะแสหรือเหตุผิดปกติสามารถแจ้งได้ที่ศูนย์รับแจ้งเหตุ 191 หรือสายด่วน 1599 ตลอด 24 ชั่วโมง