ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม อย.ทลายโกดังซุกยาย้อมผมมรณะ อ้างสารสกัดธรรมชาติ ลวงขายออนไลน์ ทำแพ้รุนแรงน้ำเหลืองไหลเยิ้ม ยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น

0
8

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก., พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก., เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ. และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) โดย ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยาปฏิบัติการบุกทลายแหล่งจัดเก็บและกระจายสินค้ายาย้อมผมเถื่อนไร้เลขจดแจ้งรายใหญ่ในพื้นที่ จ.ปทุมธานี ตรวจยึดของกลางกว่า 2,000 ชิ้น
เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.ชยเชษฐ์ อิทธิยาภรณ์ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. และเจ้าหน้าที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา
พฤติการณ์กล่าวคือ สืบเนื่องจากที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ มีผู้บริโภคซื้อผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมยี่ห้อ ฟาแจซ (FAJAZZ) ผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ ซึ่งในโฆษณาพยายามสร้างความน่าเชื่อถือด้วยการอ้างว่าเป็น “ยาย้อมผมสมุนไพร ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% ไร้สารเคมี” แต่เมื่อนำมาใช้งานจริงกลับแล้วแพ้รุนแรงบริเวณหนังศีรษะเกิดอาการบวม แดง และมีน้ำเหลืองไหลเยิ้มจนนอนไม่ได้ และกระทบต่อใช้ชีวิตประจำวันเมื่อตรวจสอบพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่มีเลขจดแจ้งจาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) แต่อย่างใด กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภคและสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา จึงได้เร่งสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานจนทราบสถานที่จัดเก็บผลิตภัณท์ดังกล่าว
ต่อมาในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ. ร่วมกับ อย. ได้นำหมายค้นของศาลจังหวัดธัญบุรี เข้าตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พบ นายศรีวิชัย (สงวนนามสกุล) อายุ 30 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึดผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางไม่ขึ้นทะเบียน ยี่ห้อ FAJAZZ จำนวน 2,000 ชิ้น ส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี โดย นายศรีวิชัย กล่าวอ้างว่า เมื่อหลายเดือนก่อนมี “หญิงชาวจีน” มาติดต่อว่าจ้างให้ตนทำหน้าที่คอยแพ็คสินค้าและส่งให้ลูกค้าชาวไทยตามออเดอร์ของร้านค้าออนไลน์ใน TikTok ที่ใช้ชื่อร้านว่า “Fajazz-TH” โดยหญิงชาวจีนอ้างว่าเป็นสินค้าทั่วไปที่ได้มาตรฐาน ทันทีที่ปรากฏข่าวว่ามีผู้ใช้แล้วแพ้รุนแรง ตนตกใจและพยายามติดต่อเจ้าของร้านชาวจีน แต่ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย และปัจจุบันร้านค้าดังกล่าวปิดหนีไป โดยตนเป็นเพียงผู้รับจ้างเก็บและแพ็คสินค้าชั่วคราวเท่านั้น

จากการตรวจสอบพบว่าปัจจุบันกลุ่มนายทุนผู้นำเข้าหรือผู้ขายสินค้าเถื่อนที่ไม่มีการจดแจ้ง มักใช้โมเดล “กระจายความเสี่ยง” โดยการนำสินค้าไปฝากไว้ตามโกดังต่างๆ ให้คนไทยแพ็คส่งสินค้าแทน เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบและการจับกุมโดยตรงของเจ้าหน้าที่
เบื้องต้นผลิตภัณฑ์ที่ตรวจยึด พนักงานสอบสวนจะส่งตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข หากพบวัตถุที่ห้ามใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง จะเป็นความผิดเพิ่มเติมตาม พ.ร.บ. เครื่องสำอาง ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่ปลอดภัยในการใช้” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาทหรือทั้งจำทั้งปรับเบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.เครื่องสำอาง พ.ศ.2558 1.ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่มิได้จดแจ้ง” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 เดือนหรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 2.ฐาน “ขายเครื่องสำอางที่ไม่มีฉลากภาษาไทย” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือนหรือปรับไม่เกิน 10,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

ภญ.สุภัทรา บุญเสริม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา เปิดเผยว่าจากกรณีที่พบผู้บริโภคในจังหวัดราชบุรี ใช้ยาย้อมผม ฟาแจซ บับเบิ้ลแฮร์ดาย ( FAJAZZ BUBBLE HAIR DYE ) ที่ซื้อจากออนไลน์โดยอ้างว่าเป็นสารสกัดธรรมชาติ แต่หลังย้อมเพียง 5 นาทีเกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง ทั้งแสบคัน หนังศีรษะบวม น้ำเหลืองไหล และผมร่วง จนต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลและพันผ้าก๊อซไว้ตลอดเวลา ขณะที่แพทย์ไม่สามารถระบุสารที่แพ้ได้ เนื่องจากผลิตภัณฑ์ไม่มีฉลากภาษาไทยนั้น อย.ได้ตรวจสอบพบว่า ยาย้อมผมดังกล่าวเป็นผลิตภัณฑ์ที่ลักลอบนำเข้า ไม่ผ่านด่าน อย. และไม่มีฉลากภาษาไทย ซึ่งผลิตภัณฑ์ในชื่อการค้าและชื่อเครื่องสำอางฟาแจซ FAJAZZ นั้น มีผู้ประกอบการยื่นจดแจ้งเป็นเครื่องสำอางนำเข้ากับ อย. และมีร้านค้าที่ใช้เอกสารใบรับจดแจ้งนำเข้าเพื่อขายเครื่องสำอาง ยื่นเป็นหลักฐานประกอบการลงขายสินค้าบนแพลตฟอร์มออนไลน์ โดยเมื่อตรวจสอบแล้วพบว่าผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไม่เคยยื่นขออนุญาตนำเข้าผ่านด่านอาหารและยาแต่อย่างใด และในวันที่ 18 พฤษภาคม 2569 อย.ร่วมกับตำรวจสอบสวนกลาง กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (กก.4 บก.ปคบ) ได้เข้าตรวจค้นโกดังตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี จากการตรวจสอบพบของกลางผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากจึงได้ยึด/อายัด มากกว่า 2,000 ชิ้น สำหรับมาตรการป้องกันและจัดการผลิตภัณฑ์ผิดกฎหมายเชิงรุก ขณะนี้ อย.ได้แจ้งแพลตฟอร์มดิจิทัลทุกแห่งให้ตรวจสอบเฝ้าระวัง ดำเนินการกวาดล้างและปิดทุกช่องทางการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ที่ผิดกฎหมายหรือไม่แสดงฉลากภาษาไทย รวมไปถึงได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดทุกแห่ง ดำเนินการตรวจสอบในท้องตลาดเพื่อกวาดล้างแหล่งขายผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ไม่แสดงฉลากภาษาไทยทั้งออนไลน์และออฟไลน์แล้ว เพราะถือว่าเสี่ยงต่อการที่ผู้บริโภคจะได้รับอันตรายจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้คุณภาพมาตรฐานหรือมีสารปนเปื้อนที่อาจเป็นอันตรายต่อสุขภาพ นอกจากนี้แล้วยังเป็นการบ่อนทำลายเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศชาติอีกด้วย

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ในการซื้อผลิตภัณฑ์สุขภาพ หรือเครื่องสำอางผ่านช่องทางออนไลน์ อย่าหลงเชื่อเพียงเพราะเห็นแก่ราคาที่ถูกกว่าท้องตลาดอย่างผิดปกติ หรือคำโฆษณาชวนเชื่อที่เกินจริง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีการแสดงเลขจดแจ้งกับทาง อย. สินค้าเหล่านี้มีความเสี่ยงสูงมากที่ผู้บริโภคจะได้รับสินค้าปลอม สินค้าที่ไม่ได้คุณภาพ หรือกระบวนการผลิตที่ไร้มาตรฐาน ซึ่งอาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หรือเกิดผลข้างเคียงที่เป็นอันตรายในระยะยาวต่อร่างกายได้ อย่างเช่นในกรณีนี้ ที่เราพบว่าผลิตภัณฑ์ยาย้อมผมไม่มีเลขจดแจ้ง แม้จะมีการโฆษณาอ้างว่าทำจากสารสกัดธรรมชาติและไร้สารเคมี แต่จากการตรวจสอบเบื้องต้นกลับพบว่า มีสารเคมีที่เป็นอันตรายอย่างยิ่งต่อผิวพรรณและสุขภาพของผู้ใช้ผสมอยู่ ซึ่งจะต้องรอผลตรวจพิสูจน์กับกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุข อีกครั้ง สำหรับผู้ประกอบการ ขอเน้นย้ำว่าอย่านำสินค้าที่ผิดกฎหมาย หรือสินค้าที่ไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานมาจำหน่ายให้กับประชาชนเพียงเพื่อหวังผลกำไรส่วนตัวแต่เพียงอย่างเดียว ควรคำนึงถึงความเดือดร้อนและความปลอดภัยของประชาชนด้วย ทั้งนี้ตำรวจสอบสวนกลางจะดำเนินมาตรการทางกฎหมายอย่างเด็ดขาดและกวาดล้างให้ถึงที่สุด ทั้งนี้ หากพบเห็นการกระทำความผิดกฎหมาย หรือการเอาเปรียบผู้บริโภครูปแบบอื่น สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน ปคบ. 1135 หรือผ่านทางเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค ได้ตลอดเวลา