
ตำรวจนครบาลเปิดปฏิบัติการเดือด ทลายเครือข่ายค้ายาเสพติดข้ามชาติ รวบตัว “มิสเตอร์แพทริค” ชาวไนจีเรีย อายุ 47 ปี ฉายา “บิ๊กบอสโคเคน” กลางปากซอยสีลม 1 หลังสืบพบเป็นตัวการใหญ่ลำเลียงโคเคนเข้าไทยนานนับสิบปี พร้อมจับผู้ร่วมขบวนการไทยและต่างชาติ รวม 4 ราย ยึดโคเคน เงินสด 1.5 ล้านบาท รถยนต์ ทองคำ นาฬิกาแบรนด์เนม และทรัพย์สินรวมหลายล้านบาท ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่ง พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ให้กวาดล้างยาเสพติดในย่านธุรกิจและสถานบันเทิง โดยมอบหมาย พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมผู้เกี่ยวข้อง บูรณาการกำลังตำรวจนครบาล ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และ ป.ป.ส. เปิดเกมล่าตัวเครือข่ายใหญ่
เมื่อวันที่ 18 เม.ย. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.นำกำลังกว่า 30 นาย สะกดรอยติดตามผู้ต้องหา กระทั่งพบ “แพทริค” ขับรถมาจอดบริเวณปากซอยสีลม 1 จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่เนื่องจากผู้ต้องหารูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง ขัดขืนสุดกำลัง เจ้าหน้าที่ต้องเข้าชาร์จหลายด้าน ใช้กำลังกว่าสิบนายจึงควบคุมตัวไว้ได้ ท่ามกลางความระทึกกลางถนนย่านธุรกิจ จากนั้นนำกำลังเข้าตรวจค้นคอนโดหรูย่านพระราม 3 พบเงินสดจำนวน 1.5 ล้านบาท ซุกซ่อนอยู่เหนือฝ้าเพดานห้องน้ำ พร้อมทรัพย์สินมีค่าอีกจำนวนมาก ทั้งสร้อยคอทองคำ นาฬิกาหรู และเงินตราต่างประเทศ เจ้าหน้าที่ยังจับกุมผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติมอีก 3 ราย คือ ชายชาวสวิตเซอร์แลนด์ อายุ 60 ปี พร้อมโคเคน 0.87 กรัม และผู้ต้องหาชาวไทยอีก 2 ราย ในพื้นที่พระราม 3 ผลสอบสวนพบ “แพทริค” แฝงตัวอยู่ในประเทศไทยมานานกว่า 17 ปี ใช้สถานะครอบครัวคนไทยเป็นฉากบังหน้า และใช้วิธีขายตรงไร้ตัวกลาง เพื่อตัดตอนการสืบสวนและเพิ่มกำไรจากยาเสพติด
ตำรวจเผย ต้องใช้เวลาสืบสวนแกะรอยนานกว่า 4 เดือน ส่งสายลับแฝงตัวเข้าไปในกลุ่มลับผ่านแอปพลิเคชัน จนเข้าถึงตัวการใหญ่และขยายผลจับกุมได้ทั้งเครือข่ายชั้นจับกุมผู้ต้องหารับสารภาพว่า ไม่คิดว่าตำรวจจะค้นพบเงินที่ซ่อนไว้บนฝ้าเพดาน พร้อมยอมรับว่าตกใจอย่างมากเพราะทำมานานไม่เคยถูกจับ
พล.ต.ต.ธีรเดช กล่าวว่า แม้ผู้ต้องหาจะไม่ให้ความร่วมมือมากนัก แต่ตำรวจมีพยานหลักฐานชัดเจนเชื่อมโยงถึงขบวนการลำเลียงยาเสพติดข้ามชาติ ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการ “เด็ดปีกเครือข่ายโคเคนรายใหญ่” ในไทยและจะขยายผลยึดทรัพย์-ตามจับผู้ร่วมขบวนการที่เหลือจนถึงที่สุด พร้อมฝากถึงประชาชน หากพบเบาะแสยาเสพติด แจ้งสายด่วน 1386 หรือ 191 ตำรวจพร้อมเข้าดำเนินการทันที
