กก.ปอพ.บก.สส.สตม.บุกล็อกผู้ต้องหาจีนหนีหมายจับคดีติดสินบนถอนสิทธิพำนักในไทย

0
5

ตามนโยบายของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม. ที่กำชับให้ทุกหน่วยเร่งรัดสืบสวน ติดตาม และจับกุมบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและมีส่วนเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ โดยมี พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม., พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. และ พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.ฯ ปรก.บก.สส.สตม. กำกับดูแลการปฏิบัติ

วันที่ 22 กรกฎาคม 2569 เจ้าหน้าที่ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. ภายใต้การอำนวยการของ พ.ต.อ.ชูวงษ์ อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. และ พ.ต.ท.วิทยา ทองผึ้ง รอง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม. นำโดย พ.ต.ต.จุรินทร์ชาติ โสตะ สว.กก.ปอพ.บก.สส.สตม. พร้อมชุดสืบสวนที่ 1 ติดตามควบคุมตัว นายซิน (นามสมมุติ) อายุ 36 ปี สัญชาติจีน บริเวณหน้าโรงแรมย่านเขตราชเทวี กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นบุคคลที่กระทรวงความมั่นคงสาธารณะแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ออกหมายจับในคดี ติดสินบนบุคคลที่มิใช่เจ้าหน้าที่ของรัฐ ลงวันที่ 16 มิถุนายน 2569 และได้หลบหนีเข้ามาพำนักในประเทศไทย

จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ถูกควบคุมตัวเข้าลักษณะ บุคคลต้องห้ามตามมาตรา 12 (7) แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดว่า “เป็นบุคคลที่เจ้าหน้าที่ของรัฐต่างประเทศได้ออกหมายจับ” จึงมีคำสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร พร้อมแจ้งสิทธิตามกฎหมาย โดยมีล่ามแปลภาษาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน ก่อนควบคุมตัวส่ง กก.3 บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ปฏิบัติการครั้งนี้สะท้อนถึงความเข้มงวดของ สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ในการบังคับใช้กฎหมายตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 เพื่อคัดกรองและผลักดันบุคคลต่างด้าวที่เป็นภัยต่อความมั่นคงและเกี่ยวข้องกับอาชญากรรมข้ามชาติ ยืนยันนโยบาย “ประเทศไทยไม่ใช่ที่หลบซ่อนของอาชญากรข้ามชาติ” โต่อดยจะเดินหน้ากวาดล้างอย่างจริงจังและต่อเนื่องต่อไป