DSIร่วมกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา แถลงทลายเครือข่ายจำหน่ายสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาบนห้างดัง ยึดของกลางกว่า 48,000 ชิ้น มูลค่ากว่า 100 ล้านบาท

0
8

วันที่ 24 มีนาคม 2569) เวลา 14.30 น. ณ อาคารกรมสอบสวนคดีพิเศษ พลตำรวจโท รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม นายวุฒิไกร ลีวีระพันธุ์ ปลัดกระทรวงพาณิชย์ นางสาวรวิวรรณ จตุรพิธพร รองปลัดกระทรวงยุติธรรม พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ร้อยตำรวจเอกวิษณุ ฉิมตระกูล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา นายอาวุธ วงศ์สวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา Mr.Calvin Webb ผู้ช่วยทูตประจำภูมิภาค สำนักงานสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐ Mr.Patrick Mihoub ผู้ช่วยทูตฝ่ายศุลกากรฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงผลการปฏิบัติงานในการเดินหน้าการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ ภายใต้นโยบายของกระทรวงยุติธรรมและกระทรวงพาณิชย์ โดยมีเป้าหมายในการผลักดันให้ประเทศไทยหลุดพ้นจากบัญชี Watch List (WL) และห้างสรรพสินค้าของไทยถูกปลดจากบัญชี Physical Market เพื่อสร้างความเชื่อมั่นต่อระบบเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ

โดยเมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2569 พันตำรวจตรี ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้กองคดีทรัพย์สินทางปัญญา นำกำลังเข้าตรวจค้นตามหมายค้นของศาลทรัพย์สินทางปัญญาและการค้าระหว่างประเทศกลาง รวม 17 จุด ประกอบด้วยร้านค้าจำนวน 14 จุด และเป็นห้องเก็บสินค้าจำนวน 3 จุด ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร โดยมุ่งเป้าไปที่ 5 เครือข่ายผู้ค้ารายใหญ่ ผลการปฏิบัติการสามารถตรวจยึดสินค้าละเมิดเครื่องหมายการค้าประเภทสินค้าแบรนด์เนมปลอม อาทิ LOUIS VUITTON DIOR GOYARD NIKE และ ADIDAS รวมทั้งสิ้น 48,945 ชิ้น คิดเป็นมูลค่าของกลางกว่า 100 ล้านบาท มูลค่าความเสียหายกว่า 500 ล้านบาท จากการสืบสวนพบว่า เครือข่ายดังกล่าวมีพฤติการณ์ลำเลียงสินค้าในลักษณะเป็น “กองทัพมด” ลักลอบนำเข้าสินค้าเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้าน ผ่านด่านอรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว โดยใช้บริษัทขนส่งเอกชนที่ขนส่งสินค้าด้วยรถกระบะตู้ทึบ เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจของเจ้าหน้าที่ซึ่งรถกระบะเหล่านี้จะขนส่งสินค้าที่ละเมิดเครื่องหมายการค้าเข้ามาในย่านการค้าใจกลางกรุงเทพมหานคร โดยจะมาส่งบริเวณด้านนอกศูนย์การค้าที่เหตุเกิดวันละ 2 รอบ คือเวลา 02.00 น. และ 04.00 น. เพื่อหลบเลี่ยงการจับกุมของเจ้าหน้าที่ จากนั้นจะเปลี่ยนถ่ายสินค้าใส่รถตุ๊กตุ๊กขนาดเล็กเพื่อลำเลียงเข้าสู่ร้านค้าจำหน่ายและแหล่งเก็บสินค้าภายในศูนย์การค้าต่อไป

ทั้งนี้ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา กรมสอบสวนคดีพิเศษได้ดำเนินคดีเกี่ยวกับการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาแล้วกว่า 40 คดี ตรวจยึดของกลางรวมกว่า 1.8 ล้านชิ้น คิดเป็นมูลค่าความเสียหายกว่า 655 ล้านบาท สะท้อนถึงประสิทธิภาพในการบังคับใช้กฎหมายและการปราบปรามเชิงรุกของหน่วยงาน กรมสอบสวนคดีพิเศษ ยืนยันความมุ่งมั่นในการปราบปรามการกระทำความผิดอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับมาตรฐานการคุ้มครองทรัพย์สินทางปัญญาของประเทศ และสนับสนุนเป้าหมายในการปลดประเทศไทยออกจากบัญชี Watch List (WL) และบัญชี Physical Market ตามรายงานของ USTR กรมสอบสวนคดีพิเศษขอความร่วมมือจากผู้ประกอบการและประชาชนงดสนับสนุนสินค้าละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา หากพบเห็นการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาสามารถแจ้งเบาะแสได้ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ โทร. 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ)