
ตามนโยบาย และข้อสั่งการ ของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติและคนร้ายเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย โดยเฉพาะคนร้ายข้ามชาติที่กระทำความผิดที่ส่งผลเสียต่อสังคมเป็นวงกว้างและเข้ามากบดานซ่อนตัวในประเทศไทย “บิ๊กปู” พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม., พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม. ขานรับนโยบายโดยสั่งการให้ พล.ต.ต.ทรงโปรด สิริสุขะ ผบก.ตม.3 ลงนามเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร และให้ชุดสืบสวน กก.สส.บก.ตม.3 นำโดย พ.ต.อ.สุริยะ พ่วงสมบัติ ผกก.สส. บก.ตม.3 ,พ.ต.ท.อิธิธร ประเสริฐศักดิ์ รอง ผกก.สส.ฯ ,พ.ต.ท.ธงไทย ไพเราะ สว.สส.ฯ ติดตามจับกุมตัว นาย Dogan (นามสมมติ) อายุ 33 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ผู้ต้องหาคนสำคัญที่เป็นที่ต้องการตัวของทางการฝรั่งเศส ตุรกี และตำรวจสากล (INTERPOL) ในคดีหลอกลวงลงทุนลักษณะแชร์ลูกโซ่ข้ามชาติ มูลค่าความเสียหายกว่า 200 ล้านยูโร หรือประมาณ 7.5–8 พันล้านบาท
กระทั่งเมื่อวันที่ 20 มิ.ย.69 เวลาประมาณ 15.00 น. เจ้าหน้าที่สืบสวนฯ ทราบเบาะแสว่าพบผู้ต้องหาหลบซ่อนตัวอยู่ภายในวิลล่าหรูแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบและแสดงตัวขอตรวจหนังสือเดินทาง ก่อนยืนยันอัตลักษณ์บุคคลได้ว่า เป็นบุคคลตามหมายติดตามตัวจริง จากการตรวจสอบพบว่า ผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์เข้าข่ายเป็นบุคคลต้องห้ามตาม พระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ.2522 มาตรา 12 (7) จึงได้ดำเนินการเพิกถอนการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรและควบคุมตัวไว้ดำเนินการตามกฎหมาย สำหรับคดีดังกล่าว ผู้ต้องหาร่วมกับพวกอีก 5 ราย ก่อตั้งบริษัทด้าน “ดิจิทัลไฟแนนซ์” เมื่อปี 2565 โดยอ้างความน่าเชื่อถือว่ามีความเกี่ยวข้องกับสถาบันการเงินรายใหญ่ในนครดูไบ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ก่อนชักชวนประชาชน โดยเฉพาะชาวตุรกีที่อาศัยอยู่ในฝรั่งเศส เบลเยียม สวิตเซอร์แลนด์ และนิวซีแลนด์ ร่วมลงทุนเป็นเงินตั้งแต่ 20,000–300,000 ยูโร พร้อมโฆษณาผลตอบแทนสูงผิดปกติ อาทิ กำไร 15% ต่อเดือน กำไรสูงถึง 5 เท่าของเงินลงทุนต่อปี และโบนัสจากการชักชวนสมาชิกใหม่
พ.ต.อ.สุริยะฯ เปิดเผยเพิ่มเติมว่า พฤติการณ์ดังกล่าวเข้าลักษณะของการดำเนินธุรกิจแบบแชร์ลูกโซ่ (Ponzi Scheme) โดยมีรายงานว่ามีผู้เสียหายกว่า 900 รายจากหลายประเทศทั่วโลกภายหลังการจับกุม สำนักงานตรวจคนเข้าเมืองจะดำเนินการผลักดันส่งกลับบุคคลต่างด้าวรายนี้ไปยังประเทศที่มีการร้องขอ เพื่อนำตัวเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งทาง www.immigration.go.th หน่วยของ สตม. ทุกจังหวัด และสายด่วน สตม.1178 ทุกวัน
