สางปมคน-ช้างป่านครนายก! “อังกูร” เปิดเวทีระดมทุกภาคส่วนวางแผน 20 ปี ลดสูญเสีย สร้างสมดุลคนอยู่ได้ ช้างอยู่รอด

0
9

นครนายกเดินหน้าแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าอย่างจริงจัง เปิดเวทีระดมสมองทุกภาคส่วน วางแนวทางแก้ปัญหาระยะยาว 20 ปี หวังสร้างสมดุลระหว่างการอนุรักษ์ช้างป่ากับความปลอดภัยของประชาชน ลดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน 2569 ที่ห้องประชุมดาหลา โรงแรมรอยัลฮิลล์ ตำบลสาริกา อำเภอเมืองนครนายก พล.ต.ต.อังกูร คล้ายคลึง สมาชิกวุฒิสภา เป็นประธานการประชุมหารือแนวทางแก้ไขปัญหาความขัดแย้งระหว่างคนกับช้างป่าในพื้นที่จังหวัดนครนายก โดยมีผู้แทนจากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่าและพันธุ์พืช หน่วยงานราชการ ฝ่ายปกครอง ผู้นำท้องถิ่น ภาคเอกชน องค์กรเครือข่ายด้านสัตว์ป่า และประชาชนผู้ได้รับผลกระทบเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง

พล.ต.ต.อังกูร กล่าวว่า ปัญหาช้างป่าออกนอกพื้นที่อนุรักษ์เข้ามาหากินในชุมชนไม่ใช่เรื่องที่จะแก้ไขได้ในระยะสั้น แต่จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในการวางแผนอย่างเป็นระบบ โดยมุ่งเป้าหมายให้ “คนและช้างป่าอยู่ร่วมกันได้อย่างปลอดภัย” แนวทางสำคัญประกอบด้วย การจัดตั้งศูนย์เฝ้าระวังและระบบแจ้งเตือนภัย การสร้างเครือข่ายเฝ้าระวังภาคประชาชน การผลักดันช้างกลับคืนสู่ผืนป่า การใช้ผังตำบลจัดโซนพื้นที่ปลอดภัย ตลอดจนรณรงค์ลดการปลูกพืชเชิงเดี่ยวที่เป็นอาหารโปรดของช้าง เช่น อ้อย มันสำปะหลัง และสับปะรด ในพื้นที่เสี่ยง

นอกจากนี้ ยังเสนอให้เร่งฟื้นฟูแหล่งอาหาร แหล่งน้ำ และโป่งภายในพื้นที่ป่าและอุทยานแห่งชาติ โดยเฉพาะพื้นที่เชื่อมต่ออุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ เพื่อดึงดูดให้ช้างอาศัยอยู่ในป่าลึก ลดการออกมาหากินบริเวณชุมชน รวมถึงทบทวนการใช้ประโยชน์ที่ดินและป้องกันการบุกรุกพื้นที่ป่าต้นน้ำหรือเส้นทางสัญจรดั้งเดิมของช้างป่า การแก้ปัญหาช้างป่าต้องทำอย่างต่อเนื่องและเป็นระบบ วันนี้เป็นจุดเริ่มต้นของการวางแผนระยะยาว 20 ปี เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมและยั่งยืน” พล.ต.ต.อังกูร กล่าว

ด้านคุณโซไรดา ซาลวาลา ผู้ก่อตั้งและเลขาธิการมูลนิธิเพื่อนช้าง เปิดเผยว่า ปัจจุบันพื้นที่รอยต่อป่าเขาแก้ว ตำบลสาริกา และพื้นที่ใกล้เคียงในอำเภอเมืองนครนายก ยังคงเป็นจุดเสี่ยงสำคัญที่ช้างป่าออกมาหากินพืชผลทางการเกษตร ส่งผลกระทบต่อวิถีชีวิตและความปลอดภัยของประชาชนอย่างต่อเนื่อง สาเหตุสำคัญมาจากการเปลี่ยนแปลงของพื้นที่ป่า การขยายตัวของพื้นที่เกษตรกรรม และพืชเศรษฐกิจที่กลายเป็นแหล่งอาหารชั้นดีของช้างป่า ทั้งกล้วย อ้อย และผลไม้หลายชนิด จนทำให้ช้างบางโขลงเกิดพฤติกรรมออกนอกป่ามาหากินเป็นประจำ

ที่ประชุมยังได้เสนอแนวทางรับมือเชิงรุก ทั้งการจัดตั้งชุดปฏิบัติการเฝ้าระวังระดับชุมชน เพิ่มประสิทธิภาพระบบแจ้งเตือนภัย การฟื้นฟูแหล่งอาหารและแหล่งน้ำภายในป่า รวมถึงการสร้างความรู้ให้ประชาชนเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติตนเมื่อเผชิญหน้ากับช้างป่า โดยหากพบช้างป่าบนท้องถนน ควรหยุดรถในระยะห่างอย่างน้อย 30 เมตร หากช้างเดินเข้าหาให้ตั้งสติและถอยรถออกอย่างช้าๆ หลีกเลี่ยงการใช้เสียงดัง จุดประทัด หรือทำร้ายช้าง เพราะอาจกระตุ้นให้ช้างเกิดความเครียดและพุ่งเข้าทำร้ายได้

ทั้งนี้ พล.ต.ต.อังกูร ยังได้กล่าวขอบคุณทุกหน่วยงาน ภาคเอกชน และองค์กรเครือข่ายที่ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พร้อมแสดงความหวังว่าผลจากการหารือครั้งนี้จะนำไปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการแก้ปัญหาช้างป่าของจังหวัดนครนายกอย่างยั่งยืนในอนาคต
//