
สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปชก.ตร.) ประชุมขับเคลื่อนศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปชก.ตร.) ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 29 มกราคม 2569 ตามนโยบาย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. โดยมี พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผู้ช่วย ผบ.ตร. และผู้เกี่ยวข้องร่วมประชุม และผ่านระบบทางไกล ได้กำชับให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการบังคับใช้กฎหมายต่อคนต่างด้าวที่กระทำความผิดอย่างเคร่งครัดและต่อเนื่อง เพื่อให้ประเทศไทยปลอดภัย ไม่เป็นพื้นที่เป้าหมายของอาชญากรรมข้ามชาติและการกระทำผิดอื่นๆ
ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ปรัชญา ประสานสุข รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ ก้องเกียรติศิริ รอง ผบก.ตม.1,ว่าที่ พ.ต.อ.พลสิทธิ์ สุทธิอาจ ผกก.สืบสวน บก.ตม.1 สั่งการให้ กก.สืบสวน บก.ตม.1นำโดย พ.ต.ท.สุธีรฐ์ ธีระสวัสดิ์ รอง ผกก.สืบสวน บก.ตม.1,พ.ต.ท.ทวีทรัพย์ ชัยภูมิ และ พ.ต.ท.สุริโย ไชยยอด สว.กก.สืบสวน บก.ตม.1พร้อมกำลังหน้าที่ชุดสืบสวน บก.ตม.1 สืบสวนหาข่าวกลุ่มคนต่างด้าวที่ประกอบอาชีพ ซี่งห้ามคนต่างด้าวทำโดยเป็นการแย่งอาชีพคนไทย จนกระทั่งสืบทราบว่า มีร้านตัดผมสไตล์แอฟริกันย่านราชปรารภ มีการจ้างคนต่างด้าวหญิงแอฟริกันมาทำผมเสริมสวยให้ลูกค้า
จากการเข้าตรวจสอบร้านทำผมดังกล่าวพบหญิงชาวต่างชาติรายหนึ่ง ทราบชื่อภายหลังคือ MS.T(นามสมมุติ)อายุ 22 ปี สัญชาติคองโก กำลังนั่งให้บริการถักผมให้แก่ลูกค้าชาวต่างชาติอย่างเปิดเผยภายในร้าน เมื่อตรวจสอบเอกสาร พบว่าการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร ของ MS.T นั้นสิ้นสุดแล้ว และไม่มีใบอนุญาตทำงานแต่อย่างใดอีกทั้งการประกอบอาชีพช่างทำผมยังเป็นงานต้องห้ามสำหรับคนต่างด้าว ซึ่งกฎหมายสงวนไว้ให้เฉพาะคนไทยเท่านั้น เจ้าหน้าที่จึงได้แจ้งข้อกล่าวหา “เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงาน” และแจ้งข้อกล่าวหาหญิงชาวไทยเจ้าของร้านในข้อหา “รับคนต่างด้าวเข้าทำงานโดยไม่มีใบอนุญาตทำงานหรือให้คนต่างด้าวทำงานนอกเหนือจากที่มีสิทธิ์จะทำได้นำตัวทั้งสองรายส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้ พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1ได้เน้นย้ำว่ากองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 1 จะเดินหน้าบังคับใช้กฎหมายตามข้อสั่งการของผู้บังคับบัญชาอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้มีการกระทำผิดลักษณะแย่งอาชีพคนไทย รวมถึงความผิดอื่นๆ และขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสการกระทำผิดของคนต่างด้าว สามารถแจ้งข้อมูลให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบได้ทันทีทางสายด่วน 1178 ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง

