ตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) ร่วม สบส.และแพทยสภารวบ 2 ผู้ต้องหาเปิดรับคิวออนไลน์ลักลอบตรวจหลอดเลือดหัวใจและสมอง(Stroke)กลางร้านอาหารย่านบางนา

0
40

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดยพล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์, พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.กฤษฎาพร ปานโปร่ง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.อนุวัฒน์  รักษ์เจริญ, พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว, พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง, พ.ต.อ.พัฒนพงศ์  ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ., พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.,กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โดย นายแพทย์ภูวเดช สุระโคตร อธิบดีกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และแพทยสภาโดยนายแพทย์สมิทธิ์ ศรีสนธิ์ ผู้ช่วยเลขาธิการแพทยสภา ปฏิบัติการจับกุม 2 ผู้ต้องหา ลอบให้บริการตรวจหลอดเลือดและให้คำปรึกษาทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต กลางร้านอาหารย่านบางนา

พฤติการณ์สืบเนื่องจาก กองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับหนังสือจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ซึ่งได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนเกี่ยวกับการโฆษณาผ่านช่องทางออนไลน์ เชิญชวนประชาชนเข้ารับบริการตรวจประเมินหลอดเลือดบริเวณลำคอ (CIMT) เพื่อประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke) โดยเปิดให้ผู้สนใจจองคิวผ่าน แอปพลิเคชันไลน์ คิดค่าบริการรายละ 900 บาท และกำหนดสถานที่ให้บริการภายในร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านบางนา กรุงเทพมหานคร เมื่อเจ้าหน้าที่ทำการสืบสวนพบว่า มีการรับจองคิวและนัดทำการตรวจประเมินโรคในลักษณะดังกล่าวจริง

ต่อมาเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ร่วมกับเจ้าหน้าที่กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และผู้แทนแพทยสภา เข้าตรวจสอบสถานที่ดังกล่าว พบ น.ส.นูรีฮัน (สงวนนามสกุล) อายุ 22 ปี กำลังใช้เครื่องอัลตราซาวด์ตรวจหลอดเลือดบริเวณลำคอทั้งด้านซ้ายและด้านขวาให้แก่ผู้เข้ารับบริการนอกจากนี้ ยังพบ น.ส.ธมลธันน์ (สงวนนามสกุล) อายุ 49 ปี กำลังอธิบายผลการตรวจตามเอกสารผลการตรวจอัลตราซาวด์ ประเมินความเสี่ยงต่อโรคหลอดเลือดสมอง (Stroke)ให้แก่ผู้เข้ารับบริการ จากการตรวจสอบพบว่าพบว่าบุคคลทั้ง 2 รายไม่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมแต่อย่างใด เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงร่วมกันจับกุมผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางส่งพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ. ดำเนินคดี

จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า นอกจากจะมีโฆษณาชักชวนผ่านทางโซเชียลมีเดียแล้ว ผู้ต้องหาทั้งสองรายนี้ยังมีพฤติการณ์ในการออกบูธประชาสัมพันธ์เชิญชวนให้ประชาชนทั่วไปมาใช้บริการตามห้างสรรพสินค้า โดยทำมาแล้วประมาณ 5-6 เดือน เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.วิชาชีพเวชกรรม พ.ศ.2525ฐาน “ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ขึ้นทะเบียนและรับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปีหรือปรับไม่เกิน 30,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ กรณีสถานที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต จะมีความผิดตาม พ.ร.บ.สถานพยาบาล พ.ศ.2541 ฐาน “ประกอบกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต และดำเนินกิจการสถานพยาบาลโดยไม่ได้รับอนุญาต” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ กรมสนับสนุนบริการสุขภาพให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันประเทศไทยมีสถานพยาบาลประเภทไม่รับผู้ป่วยไว้ค้างคืน (คลินิก) มากกว่า 40,000 แห่ง จึงอาจมีผู้ไม่ประสงค์ดีลักลอบให้บริการทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต หรือแอบอ้างเป็นแพทย์เพื่อแสวงหาผลประโยชน์ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพและความปลอดภัยของประชาชนเพื่อความปลอดภัย ก่อนเข้ารับบริการทางการแพทย์ ประชาชนควรตรวจสอบข้อมูลสำคัญ ดังนี้ 1.ป้ายชื่อคลินิกต้องแสดงเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล 11 หลัก 2.ต้องมีการแสดงใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาล โดยเลขที่ใบอนุญาตต้องตรงกับที่แสดงบนป้ายชื่อคลินิก 3.ต้องมีการแสดงใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล โดยระบุชื่อผู้ดำเนินการที่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้องและเป็นปัจจุบัน 4.ต้องมีหลักฐานการชำระค่าธรรมเนียมสถานพยาบาลประจำปีที่เป็นปัจจุบัน 5.ต้องแสดงข้อมูลแพทย์ผู้ให้บริการ ได้แก่ ชื่อ นามสกุล และภาพถ่าย ในตำแหน่งที่ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ประชาชนสามารถตรวจสอบข้อมูลสถานพยาบาลผ่านเว็บไซต์กองสถานพยาบาลและการประกอบโรคศิลปะ และตรวจสอบรายชื่อแพทย์ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา หากพบสถานพยาบาลที่มีพฤติการณ์น่าสงสัย สามารถแจ้งข้อมูลต่อกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ โทรศัพท์ 02-193-7000

แพทยสภาแนะนำแนวทางตรวจสอบก่อนรับบริการ แพทยสภาขอเน้นย้ำให้ประชาชนตรวจสอบข้อมูลก่อนตัดสินใจเข้ารับบริการตรวจสุขภาพ โดยเฉพาะการตรวจประเมินความเสี่ยงของโรคและการให้คำปรึกษาทางการแพทย์ ซึ่งต้องคำนึงถึงคุณสมบัติและขอบเขตการประกอบวิชาชีพของผู้ให้บริการ ประชาชนควรตรวจสอบชื่อและนามสกุลของแพทย์ รวมถึงสถานะใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรม ผ่านเว็บไซต์แพทยสภา https://checkmd.tmc.or.th นอกจากนี้ ควรตรวจสอบสถานที่ให้บริการว่าได้รับอนุญาตตามกฎหมายหรือไม่ โดยพิจารณาจากป้ายชื่อสถานพยาบาลและเลขที่ใบอนุญาตประกอบกิจการสถานพยาบาลที่แสดงไว้อย่างชัดเจน

    พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์  เชาวนาศัย ผบช.ก. กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังผู้ที่คิดแอบอ้างเป็นบุคลากรทางการแพทย์ หรือให้บริการทางการแพทย์โดยไม่มีใบอนุญาต เพื่อแสวงหาผลประโยชน์โดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนการเข้ารับบริการทางการแพทย์จากบุคคลที่ไม่มีคุณสมบัติหรือไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย อาจก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อสุขภาพ ทั้งจากการประเมินอาการที่คลาดเคลื่อน การวินิจฉัยที่ผิดพลาด ตลอดจนการได้รับการรักษาที่ไม่เหมาะสม ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวดังนั้น ก่อนเข้ารับบริการตรวจสุขภาพหรือรักษาโรค ประชาชนควรตรวจสอบว่าแพทย์ผู้ให้บริการมีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพเวชกรรมที่ถูกต้อง และสถานพยาบาลได้รับอนุญาตตามกฎหมาย เพื่อป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นหากประชาชนพบเบาะแสการลักลอบให้บริการทางการแพทย์โดยไม่ได้รับอนุญาต สามารถแจ้งข้อมูลได้ที่สายด่วน บก.ปคบ. 1135 หรือเพจเฟซบุ๊ก “ปคบ. เตือนภัยผู้บริโภค”