ตำรวจสอบสวนกลาง(CIB)ทลายรังยาเสริมความงามเถื่อน ซุกคอนโดย่านวังทองหลาง ยึดโบท็อกซ์-ฟิลเลอร์เถื่อน กว่า 1 พันชิ้น มูลค่ากว่า 3 ล้านบาท

0
8

กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย ผบช.ก.,พล.ต.ต.โสภณ สารพัฒน์,พล.ต.ต.ศารุติ แขวงโสภา รอง ผบช.ก.,เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ.โดยการสั่งการของ พล.ต.ต.คงกฤช เลิศสิทธิกุล ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.อนุวัฒน์ รักษ์เจริญ,พ.ต.อ.ชัฏฐ นากแก้ว,พ.ต.อ.สำเริง อำพรรณทอง,พ.ต.อ.พัฒนพงศ์ ศรีพิณเพราะ รอง ผบก.ปคบ.,พ.ต.อ.วีระพงษ์ คล้ายทอง ผกก.4 บก.ปคบ.ปฏิบัติการทลายแหล่งจัดเก็บและจำหน่ายเครื่องมือแพทย์และยาออนไลน์ พื้นที่เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ตรวจยึดของกลาง จำนวน 35 รายการ รวมกว่า 1,291 ชิ้น มูลค่ากว่า 3,000,000 บาท เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดตรวจยึด นำโดย พ.ต.ท.พีรดนย์ คงทัพ สว.กก.4 บก.ปคบ. พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.
สืบเนื่องจากกองกำกับการ 4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนให้ตรวจสอบแหล่งจำหน่ายยาไม่มีทะเบียนสำหรับฉีดเสริมความงามให้กับคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ ซึ่งหากมีการนำไปฉีดเข้าสู่ร่างกายโดยเฉพาะใบหน้าอาจทำให้ไม่ได้ผลตามที่ต้องการ อาจก่อให้เกิดอาการแพ้หรือเป็นอันตรายต่อผู้รับบริการได้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงทำการสืบสวนจนทราบว่า มีคอนโดแห่งหนึ่งย่านวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร ถูกใช้เป็นสถานที่จัดเก็บและจำหน่ายผลิตภัณฑ์ยาและเครื่องมือแพทย์ที่มีทะเบียนและไม่มีทะเบียนผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งเป็นที่นิยมในคลินิกเสริมความงาม เช่น โบท็อกซ์ ฟิลเลอร์ วิตามิน ปากกาลดน้ำหนัก ฯลฯ ในวันที่ 27 สิงหาคม 2569 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ได้นำหมายศาลอาญา เข้าตรวจค้นคอนโดแห่งหนึ่ง เขตวังทองหลาง กรุงเทพมหานคร พบนายศิวะ(สงวนนามสกุล) อายุ 32 ปี เป็นผู้นำตรวจค้น ตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์และยาซึ่งนิยมใช้ในคลินิกเสริมความงาม เครื่องมือแพทย์ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ฟิลเลอร์กลุ่มสารเติมเต็มประเภท Hyaluronic Acid – H เครื่องมือแพทย์ฟิลเลอร์ กลุ่มฟื้นฟู บำรุง กระตุ้นการสร้างคอลลาเจน ที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน กลุ่มเมโสแฟต/แฟตสลายไขมัน ผลิตภัณฑ์ยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน กลุ่มชีววัตถุ สารลดการทำงานของกล้ามเนื้อ ผลิตภัณฑ์ยาควบคุมพิเศษที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน(ออกฤทธิ์ต่อระบบฮอร์โมน)
รวมตรวจยึดของกลางเป็นเครื่องมือแพทย์ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 466 กล่อง,ยาควบคุมพิเศษที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียน จำนวน 825 ชิ้น รวมจำนวน 1,291 ชิ้นมูลค่ากว่า 3,000,000 บาท
จากการสืบสวนขยายผลพบว่าสินค้าดังกล่าวนำเข้ามาจากต่างประเทศ จากนั้นนำมาจัดเก็บในคอนโดดังกล่าว เพื่อหลบเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจ และง่ายต่อการกระจายสินค้า โดย นายศิวะฯ จะเป็นผู้แพ็คและจัดสิ่งสินค้าตามคำสั่งของเจ้าของชาวเวียดนาม และทำมาแล้วประมาณ 2 เดือน เบื้องต้นการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ขายยาโดยไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกิน 10,000 บาท ฐาน “ขายยาไม่มีทะเบียนตำรับยา” ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ พ.ร.บ.เครื่องมือแพทย์ พ.ศ.2551และที่แก้ไขเพิ่มเติม ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผู้ขายไม่ได้รับอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 300,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ ฐาน “ขายเครื่องมือแพทย์โดยผลิตภัณฑ์ไม่ได้ขึ้นทะเบียนใบอนุญาต” ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกิน 2 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

พล.ต.ท.ณัฐศักดิ์ เชานาศัย ผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง กล่าวว่า ปฏิบัติการครั้งนี้ถือเป็นการตัดวงจรยาและเครื่องมือแพทย์เถื่อนที่พยายามแทรกซึมเข้าสู่ธุรกิจความงาม ซึ่งสถานที่ดังกล่าวไม่มีระบบควบคุมอุณหภูมิหรือมาตรฐานในการเก็บรักษาเวชภัณฑ์ตามกฎหมาย เมื่อถูกนำไปใช้กับประชาชนอาจไม่ได้ผลเท่าที่ควรเนื่องจากผลิตภัณฑ์เสื่อมสภาพ หรืออาจก่อให้เกิดการแพ้รุนแรง เสียโฉม หรืออันตรายถึงชีวิตได้ ขอฝากความห่วงใยถึงพี่น้องประชาชน ให้เลือกรับบริการจากคลินิกเสริมความงามที่ได้รับอนุญาตและมีความน่าเชื่อถือเท่านั้น โดยควรตรวจสอบบรรจุภัณฑ์และเลขทะเบียนผลิตภัณฑ์ก่อนรับบริการทุกครั้ง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน อาจก่อให้เกิดอาการแพ้รุนแรง หรืออันตรายต่อชีวิตได้โดยเฉพาะเมื่อใช้กับผิวพรรณซึ่งเป็นส่วนที่ละเอียดอ่อน ทั้งนี้ ผู้ประกอบการคลินิกเสริมความงามทุกแห่ง อย่าเห็นแก่ของถูกหรือสั่งยาจากแหล่งที่ไม่น่าเชื่อถือเพียงเพื่อลดต้นทุน เพราะท่านกำลังนำชีวิตคนไข้มาเสี่ยง และเจ้าหน้าที่ตำรวจจะกวดขันจับกุมผู้ที่ฝ่าฝืนอย่างถึงที่สุด เพื่อสร้างมาตรฐานความปลอดภัยทางสุขภาพให้กับสังคม โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ. 1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค