
เมื่อวันที่ 29 ม.ค. 69 พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.,พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.,พล.ต.ต.โชติวัฒน์ เหลืองวิลัย ผบก.สส.บช.น.,พล.ต.ต.วิทวัฒน์ ชินคํา ผบก.น.5 ,พ.ต.อ.ภพธร จิตต์หมั่น รอง ผบก.น.5 ,พ.ต.อ.วรพจน์ รุ่งกระจ่าง รอง ผบก.สส.บช.น. ,พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร ,พ.ต.อ.อรรชวศิษฏ์ ศรีบุณยมานนทน์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น ,พ.ต.ท.เอกศิษฐ์ วรกิตติ์ฐากร รองผกก.สส.1 บก.สส.บช.น. ,พ.ต.ท.วรรษธร วาเกียรธนะ รอง ผกก.สส.สน.วัดพระยาไกร , พ.ต.ท.จักรพงศ์ พิทักษ์กรสกุล สว.สส.สน.วัดพระยาไกร ,พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น. ,พ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร , พ.ต.ต.วรภัทร แสงเทียนประไพ สว.กก.สืบสวน 2 บก.สส.ภ.2,พ.ต.ต.พลวัต นาคถมยา สว.(สอบสวน) สน.บางยี่ขัน พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ ศอ.ปส.ตร. ,ศอ.ปส.บช.น. ,บก.สส.บช.น. และ สน.วัดพระยาไกร ร่วมกันสืบสวนจับกุมตัวนายนรภัทร หรือเก่ง อายุ 26 ปี โดยกล่าวหาว่า “โดยปราศจากเหตุอันสมควร พรากเด็กอายุยังไม่เกินสิบห้าปีไปเสียจากบิดามารดา ผู้ปกครองหรือผู้ดูแล ไปเพื่อการอนาจาร” ในส่วนข้อหาการกระทำชำเราหรือความผิดอื่นๆ อยู่ระหว่างรอหลักฐานจากการสอบสวนขยายผลเพื่อแจ้งเพิ่มเติมต่อไป จับกุมได้ที่ห้องพักชั้น 11 แขวงบางมด เขตทุ่งครุ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 29 ม.ค.2569 เวลาประมาณ 01.30 น.
พฤติการณ์กล่าวคือ“ปริศนา 4 วันดั่งขุมนรก” เด็กหญิงชั้นป.5 วัย 12 ปี ได้หายตัวไปอย่างลึกลับ ในวันที่ 24 ม.ค.69 มืดค่ำแล้ว เด็กหญิง 12 ปี ยังไม่กลับบ้าน แม่และครอบครัวเป็นห่วงในความปลอดภัยเป็นอย่างมาก จึงได้เดินทางเข้าแจ้งความที่ สน.วัดพระยาไกร “ไม่รอถึง 24 ชั่วโมง” พ.ต.อ.วาทิตย์ โรจนไพฑูรย์ ผกก.สน.วัดพระยาไกร และพ.ต.ต.ศิวัช ยังอุ่น สว.(สอบสวน) สน.วัดพระยาไกร สังเกตเห็นถึงความผิดปกติจากการสอบถามพบว่าหลักฐานแชทสนทนาระหว่างเด็กหญิงและครอบครัวจู่ ๆ ถูกตัดขาดไปดื้อ ๆ หลังจากได้รับแจ้งความ จึงส่งชุดสืบสวนลงพื้นที่ตรวจสอบทันที พบเบาะแส “หนุ่มทรงขี้ยา 2 คน พาน้องไป” ปริศนาการลักพาตัวเด็กหญิงเริ่มซับซ้อนซ่อนเงื่อน เนื่องจากเบาะแสกลับหายไปจนไร้ทางไปต่อ 24 ชั่วโมงแห่งการติดตามในวันแรกต้องคว้าน้ำเหลว แม่และครอบครัวหอบความหวังนั่งเฝ้าติดตามสถานการณ์ที่ สน.วัดพระยาไกร เติมพลังใจให้เจ้าหน้าที่ไม่ยอมแพ้แม้จะยังไม่เห็นแสงสว่างปลายอุโมงค์ เจ้าหน้าที่ยังคงนำกำลังลงพื้นที่หาเบาะแสทั้งละแวกบ้านและโรงเรียนที่เด็กหญิงเรียนอยู่ กลายเป็นข่าวแพร่กระจายทั่วพื้นที่ แต่ทว่าการกราดปูพรมของเจ้าหน้าที่ยังคงไร้เบาะแสของเด็กหญิง ดั่งปริศนาที่ไร้คำตอบ จนเข้าสู่ห้วงวันที่ 3 ของการหายตัวไป สื่อโซเชียล เพจดราม่า - addict ได้เริ่มออกประกาศติดตามตัวเด็กหญิง 12 ปี แต่ทว่ายังคงไร้ร่องรอยของเธอ
พ.ต.อ.วาทิตย์ฯ เร่งรายงานด่วน พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.เห็นถึงความผิดปกติของคดีนี้ สั่งการให้ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น.ส่งชุดสารวัตรแจ๊ะ พ.ต.ต.ธัญพีรสิษฐ์ จุลพิภพ สว.กก.สส.3 บก.สส.บช.น.เข้าร่วมการสืบสวนกับ สน.วัดพระยาไกร ทันที พล.ต.ต.ธีรเดชฯ สั่งการนำกำลังเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ปูพรมนำภาพถ่ายเด็กหญิงแห่ทั่วกรุงเทพ แต่ยังไร้วี่แวว ขณะที่ชุดสืบสวนใกล้จะไร้หนทางไปต่อ เวลาที่ล่วงเลยพร้อมความหวังที่ลดลงไปทุกวินาที จุดไฟให้ชุดสืบสวนไม่ยอมแพ้ จนต้องกลับมานั่งวนดูกล้องวงจรปิดบริเวณใกล้ๆ กับบ้านของเด็กหญิงซ้ำๆ จนได้ค้นพบเศษเสี้ยวแห่งความหวัง “แกะรอยจากรองเท้า“ เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจนนั่งไม่ติดเก้าอี้ เพราะนั่นเป็นรองเท้าคู่เดียวกันกับชายลึกลับที่ได้แอดมาขอเป็นเพื่อนกับเด็กหญิงเมื่อไม่นานความเชื่อมโยงเพียงน้อยนิดกลับกลายเป็นสิ่งสำคัญที่ชุดสืบสวนเร่งตามรอยเท้าชายปริศนาไป กระทั่งพบกับหลักฐานสำคัญห่างจากบ้านของเธอกว่า 15 กิโลเมตร
“มอเตอร์ไซค์ซ้อน 3” โดยเด็กหญิงผู้เป็นเหยื่อนั่งอยู่ตรงกลางและถูกประกบด้วยชายปริศนา 2 คนก่อนหายเข้ากลีบเมฆไปเวลาที่ล่วงเลยมาแล้ว 4 วัน ชุดสืบสวนไล่ล่าติดตามไปอย่างบ้าคลั่ง กระทั่งกลางดึก 29 ม.ค. 69 เวลา 01.30 น. ระหว่างชุดสืบสวนปูพรมค้นหาย่านทุ่งครุสายตาของชุดสืบสวนพลันไปสะดุดกับสิ่งหนึ่ง"รองเท้าคือจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่ชุดสืบสวนตามหามาตลอด 4 วัน ชายผู้สวมใส่เดินเฉียดไกล ๆ ก่อนหายเข้าไปในคอนโด
“วัดดวง” สั่งชุดสืบสวนบุกเข้าห้องพักชั้น 11 ภาพที่ปรากฏคือพบเด็กหญิงในสภาพอิดโรย นอนขดตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม โดยมี นายนรภัทร (สงวนนามสกุล) หรือเก่ง อยู่ภายในห้องพักด้วย จากการตรวจค้นพบโทรศัพท์ของเหยื่อที่ถูกปิดซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าผู้ต้องหา หลักฐานทั้งหมดบ่งชี้ว่า ขุมนรก 4 วันของเด็กหญิงสิ้นสุดลงแล้ว จึงทำการควบคุมตัว นายนรภัทรฯ ไว้ทันที ก่อนนำตัวเด็กหญิง และนายนรภัทรฯ มาที่ สน.วัดพระยาไกร น้องกลับสู่อ้อมกอดของแม่ทันที นำตัวผู้ต้องหาส่ง สน.วัดพระยาไกร ดำเนินคดีตามกฏหมาย และขยายผลถึงที่สุดต่อไป
ในชั้นจับกุม นายนรภัทร ให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา “โดยให้การว่า ตนเองไม่ทราบว่าเด็กอายุเท่าใดยืนยันว่าไม่ได้กระทำการใดๆ กับเด็กหญิง เลือดที่อยู่บนเตียงมาจากแผลที่ขาของตนเอง ส่วนสถานที่รู้จักกับเด็กหญิงเพราะว่าเล่นเกม ฟีฟาย ด้วยกัน แล้วแค่พามาเล่นเกมด้วยกันที่ห้อง ส่วนโทรศัพท์เด็กหญิงที่ปิดอยู่นั้นเพราะแบตหมด”
พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. กล่าวว่า “จากการซักถามปากคำในเบื้องต้นทราบว่า คนร้ายใช้ใช้ความเป็นผ้าขาวของเด็กหญิงไม่ทันความเจ้าเล่ห์ของผู้ชาย ผูกความสัมพันธ์จากโลกออนไลน์ นำไปสู่การล่อลวงให้ออกมาพบ ก่อนใช้จิตวิทยาในการควบคุมและบังคับเหยื่อจะมีการสอบสวนเหตุการณ์โดยละเอียด และอาจมีการแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมกับคนร้ายต่อไป และขอเตือนเยาวชนทุกคนโลกออนไลน์ไม่ใช่พื้นที่ปลอดภัยเสมอไป คนแปลกหน้า ที่รู้จักกันผ่านเกมหรือโซเชียล อาจไม่ใช่เพื่อนอย่างที่คิด ความรักจากชายแปลกหน้า ไม่อาจเทียบได้กับความรักจากพ่อและแม่ และฝากถึงพ่อแม่ผู้ปกครองต้องหมั่นสอดส่องการเล่นโซเชียลของบุตรหลาน อย่าปล่อยให้คนร้ายใช้ "เกมส์" มาเป็นเครื่องมือพรากดวงใจของท่านไป หากพบเหตุผิดปกติ แจ้งสายด่วน 191 หรือทางเพจเฟสบุ๊ค กองบัญชาการตำรวจนครบาล MPB หากเป็นความเดือดร้อนของประชาชน เราดำเนินการทันที ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. และ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น.”