สืบ สตม.รวบหนุ่มไต้หวันก่อคดีโหดโชกโชนหนีซุกไทย ไม่รอดนักสืบตม. ยุคไร้พรมแดน

0
7

ตามข้อสั่งการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.เฉลิมชนม์ แหลมทอง รอง ผบก.สส.สตม.ให้ติดตาม สืบสวน จับกุมบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับต่างประเทศ และมีพฤติการณ์เป็นที่น่าเชื่อว่าเป็นบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคมหรือจะก่อเหตุร้ายให้เกิดอันตรายต่อความสงบสุข ซึ่งได้รับการประสานจากหน่วยงานทั้งในและต่างประเทศนั้น
กระทั่งวันที่ 18 มี.ค.69 เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.พิสิษฐ์ ศรีอ่อน ผกก.2 บก.สส.สตม. พ.ต.ท.รัชกฤช รัมจันทร์ รอง ผกก.2 บก.สส.สตม.เจ้าหน้าที่ชุดจับกุมประกอบด้วย พ.ต.ท.ภูริศ คำหมื่น สว.กก.2 บก.สส.สตม., ร.ต.อ.สุรสิทธิ์ อาจจำนงค์ รอง สว.กก.2 บก.สส.สตม.พร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการ ร่วมกันจับกุม Mr.HUANG อายุ 28 ปี สัญชาติไต้หวัน ภายในหมู่บ้านแห่งหนึ่งใน ต.นาจอมเทียน อ.สัตหีบ จ.ชลบุรี เนื่องจากเป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด ตามบัญชีรายชื่อ (Overstay)
เจ้าหน้าที่ กก.2 บก.สส.สตม. ได้เดินทางไปตรวจสอบยังพื้นที่ จ.ชลบุรี หลังสืบสวนทราบว่า MR.HUANG ได้หลบมาพักอาศัยอยู่ภายในหมู่บ้านดังกล่าว จึงเฝ้าสังเกตการณ์ จนกระทั่งเวลาประมาณ 17.30 น.พบบุคคลที่มีลักษณะ รูปพรรณ ตรงกันกับบุคคลเป้าหมาย จึงได้แสดงตัวว่าเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง ตรวจสอบการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรสิ้นสุดลงแล้วตามบัญชีรายชื่อจริง จึงแจ้งข้อกล่าวหา “เป็นบุคคลต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด (Overstay)” (อยู่เกิน 748 วัน) นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นาจอมเทียน จว.ชลบุรี ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป
ทั้งนี้จากการประสานกับเจ้าหน้าที่สำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเป ประจำประเทศไทย ยังพบอีกว่า MR.HUANG มีคดีที่ประเทศไต้หวัน 3 คดี คดีเกี่ยวกับ ยาเสพติด 2 คดี (จำหน่ายซองกาแฟผสมยาเสพติดหลายชนิด เช่น แอมเฟตามีน เมทแอมเฟตามีน คีตามีน นิเมตาซีแพม และแคทิโนน) รวมถึงคดีล่วงละเมิดทางเพศ (วางยาพิษนักศึกษาหญิงในเครื่องดื่ม ถูกตัดสินจำคุกไปแล้ว 8 ปี 10 เดือน) เป็นบุคคลเป็นภัยต่อสังคม ที่ทางการไต้หวันต้องการตัวด้วย ถือเป็นการประสานข้อมูลร่วมกันระหว่าง สตม. กับหน่วยงานระหว่างประเทศ เพื่อป้องกันปราบปรามผู้กระทำความผิดที่เป็นภัยต่อสังคมและประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ