สืบสตม.ปิดล้อมตรวจค้นแหล่งค้าส่งโคเคนกลางกรุง รวบพ่อค้าไนจีเรียลักลอบจำหน่ายโคเคน

0
11

ตามที่ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผบช.สตม.ได้กำชับเร่งรัดการระดมกวาดล้างอาชญากรรมตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติอย่างต่อเนื่องห้วงวันที่ 3 – 9 เม.ย.2569 โดยเฉพาะอาชญากรรมที่คนร้ายเป็นชาวต่างชาติที่แอบแฝงมาในสถานะนักท่องเที่ยว นักเรียน และอื่น ๆ โดยได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผบก.สส.สตม. ขับเคลื่อนการปฏิบัติให้บังเกิดผลเป็นรูปธรรม
เมื่อวันที่ 10 เม.ย.69 เวลา 00.40 น.บก.สส.สตม.นำโดยพ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม. ได้จับกุม MR.CHINEDOZIE อายุ 46 ปี สัญชาติไนจีเรีย โดยกล่าวหาว่า จำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเดน) โดยผิดกฎหมาย ของกลางเป็นโคเคน จำนวน 23 ซอง น้ำหนักรวม 25.58 กรัม ) จับกุมได้ที่โรงแรมในซอยนานาซอยสุขุมวิท 4 แขวง/เขต คลองเตย กรุงเทพฯ
พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1 บก.สส.สตม.เปิดเผยว่าได้นำทีมเข้าสืบสวนเกาะติดชาวต่างชาติผิวสีที่มีพฤติการณ์ลักลอบขายยาเสพติดให้กับกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติในย่านสุขุมวิท ซอย 4 อย่างต่อเนื่อง และได้วางแผนการจับกุมวันที่ 9 เม.ย.2569 เวลา 18.40 น.โดยวางกำลังดักซุ่ม และให้สายลับติดต่อขอซื้อโคเคน จำนวน 23 กรัม กรัมละ 3,000 บาท ตกลงราคารวม 64,000 บาทนัดหมายส่งมอบภายในห้องพักของโรงแรมแห่งหนึ่งในซอยนานา
กระทั่งเวลา 23.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมได้เข้าไปแฝงกายปะปนกับลูกค้าของโรงแรม โดยวางกำลังไว้เพื่อเฝ้าสังเกตความเคลื่อนไหวของสายลับ เป็นเวลาหลายวัน และ MR.CHINEDOZIE เมื่อถึงเวลานัดหมาย MR.CHINEDOZIE ได้เข้ามาส่งมอบยาเสพติดให้กับสายลับในห้องพัก สายลับจึงได้ส่งสัญญานให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุมเข้าทำการตรวจสอบ พบเงินสด จำนวน 64,000 บาท ซึ่งเป็นเงินล่อซื้ออยู่ในกระเป๋ากางเกงของ MR.CHINEDOZIE ผลตรวจสอบของกลางด้วยชุดทดสอบสารเสพติดเบื้องต้น ผลการตรวจสอบเป็นโคเคน สอบถาม MR.CHINEDOZIE ให้การยอมรับว่า ยาเสพติดของกลางดังกล่าวเป็นของตนเอง โดยรับมาจากเพื่อนชาวต่างชาติผิวสีไม่ทราบชื่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งจะได้สืบสวนขยายผลต่อไป จากนั้นได้นำส่ง พงส.เพื่อดำเนินคดีต่อไป
ทั้งนี้จะสังเกตว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นแหล่งที่มีนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากโดยกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดจะเป็นกลุ่มผิวสี ผู้บังคับบัญชาให้สืบสวนขยายผล ซึ่งทราบว่าเบื้องหลังมีคนไทยให้การช่วยเหลือให้ที่พักยาเสพติดซึ่งมีขั้นตอนซับซ้อน และจะได้ประสานหน่วย ปปส. และ บช.ปส. ร่วมกันกวาดล้างต่อไป