วันที่ 15 ตุลาคม 2565 เจ้นิ๊กกี้ (ขอสงวนชื่อนามสกุล)อายุ 50 ปี เจ้าของบริษัท จำหน่ายเม็ดพลาสติก การขายส่งยางพารา และพลาสติกขั้นต้น ตั้งอยู่ย่าน ต.คลองสอง อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี เปิดเผยว่า ตนเองถูกลูกจ้างลักทรัพย์วัตถุดิบซึ่งเป็นพลาสติกออกไปขาย มูลค่าความเสียหายกว่า 3 ล้านบาท และได้แจ้งความไว้กับ ร.ต.อ.ธีรศักดิ์ แสนโท รอง สว.สอบสวน สภ.คลองหลวง เมื่อวันที่14 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา หลังจากตรวจสอบแล้วทราบว่า สภาพคล่องทางการเงินของบริษัทผิดปกติ วัตถุดิบที่ซื้อมาได้ขายออกไป แต่ไม่เห็นผลกำไร
เจ้นิ๊กกี้ เผยว่า หลังจากตนเองตรวจสอบกล้องวงจรปิดและข้อมูลการการเช๊คสต๊อคเข้าออกก็พบความผิดปกติเมื่อสินค้าซึ่งเป็นพลาสติกถูกนำขึ้นรถบรรทุกออกไปจากบริษัท แต่ไม่มีการนำไปส่งให้กับลูกค้าและไม่มีเงินเข้ามาในบริษัท จึงตรวจสอบกล้องวงจรปิดและเค้นสอบพนักงานที่ทำงานในออฟฟิต ซึ่งเป็นหลานชายตนเองที่ทำหน้าที่หัวหน้างาน และลูกสะใภ้กับน้องชายที่ทำหน้าที่เสมียนร่วมกันนำสินค้าของทางบริษัทไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ก่อนนำเงินไปแบ่งกันโดยไม่นำเข้าบริษัท ที่สุดช้ำใจคือหลานในไส้ น้องชายในไส้ และลูกสะใภ้ รวมหัวกันนำวัตถุดิบซึ่งเป็นพลาสติกไปขายค่าเสียหายกว่า 3 ล้านบาท โดยทั้งสามคนรับสารภาพว่า ได้นำสินค้าของทางบริษัทไปขายจริง โดยวันนี้ตนเองพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจ ได้ไปตรวจยึดของกลางที่ทางผู้ก่อเหตุนำไปขายที่ร้านรับซื้อของเก่าแห่งหนึ่ง ในพื้นที่ อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา และยังเหลืออยู่ไว้ได้เป็นพลาสติกน้ำหนักประมาณ 300 กิโลกรัม
เจ้นิ๊กกี้ เปิดเผยต่อไปอีกว่า ลูกสะใภ้ให้การรับสารภาพว่า นำเงินที่ได้มาไปทำศัลยกรรมร่างกายแทบทุกส่วน และน้องชายกับหลานนำเงินไปใช้หนี้และเล่นการพนันออนไลน์ในโทรศัพท์มือถือ โดยพบว่าทั้งหมดเริ่มมีการนำสินค้าของบริษัทออกไปขายตั้งแต่ต้นปี 2565 ที่ผ่านมา
ทางด้าน พ.ต.ต.สิรภพ บัวหลวง สว.สส.สภ.คลองหลวง เปิดเผยว่า หลังเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับแจ้งความชุดสืบสวนได้เข้าตรวจสอบที่เกิดเหตุสอบปากคำพยานและบุคคลในบริษัทจนผู้ก่อเหตุได้ให้การรับสารภาพและมีการไปตรวจยึดของที่ลักทรัพย์มาขายได้จำนวนหนึ่ง ทั้งนี้ทางพนักงานสอบสวนได้มีการนัดผู้ก่อเหตุเข้าสอบปากคำเพื่อแจ้งข้อกล่าวหาในวันที่18 ตุลาคม 2565 ที่สภ.คลองหลวง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่