สตม.แถลงจับ 3 คดีสำคัญ รวบหนุ่มไต้หวันตุ๋นเงินประกันสังคม-ซ้อนแผนจับหนุ่มยุ่นขู่ฆ่าอดีตแฟนสาว – จับแก๊งรัสเซียทำหนังสือเดินทางปลอม

0
32

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ท.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผทค.พิเศษ ตร.รรท.รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม.พล.ต.ต.ประสาธน์ เขมะประสิทธิ์ ผบก.ตม.1,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รองผบก.สส.สตม., พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์จิตต์ประยูรตีรอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รองผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.กีรติศักดิ์ก้องเกียรติศิริ รองผบก.ตม.5 ปฏิบัติราชการ บก.ตม.1,พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รองผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม.พ.ต.อ.ชูวงษ์อุทัยสาง ผกก.ปอพ.บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.รัฐพงศ์แก้วยอดผกก.4,พ.ต.อ.กาจภณ ปฐมัง ผกก.สส.บก.ตม.1 ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ ดังนี้

1.กก.สส.บก.ตม.1 ได้รับแจ้งจากสายลับว่าพบเห็นชายสัญชาติไต้หวันพักอยู่ซอยแจ้งวัฒนะ 10 ถ.แจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ สงสัยว่าจะเข้ามาอยู่ในประเทศไทยโดยผิดกฎหมาย จึงได้สืบสวนหาข่าวจนทราบว่าชายชาวไต้หวันดังกล่าว คือ MR.WEI CHIA-MING (นามสมมติ) อายุ 53 ปี ซึ่งการอนุญาตให้อยู่ใน
ราชอาณาจักรได้สิ้นสุดแล้ว และได้ประสานงานกับสำนักงานเศรษฐกิจและวัฒนธรรมไทเปประจำประเทศไทยเพื่อตรวจสอบประวัติพบว่า MR.WEI CHIA-MING มีประวัติก่ออาชญากรรมในความผิดฐานฉ้อโกง เงินของรัฐบาล โดยการปลอมแปลงเอกสารใบรับรองแพทย์ของบุคคลอื่นและแอบอ้างเป็นทนายความเพื่อเบิกเงินสวัสดิการประกันสังคม ซึ่งส่วนใหญ่เป็นแรงงานคนไทยที่เคยไปทำงานที่ไต้หวันมูลค่าความเสียหายกว่า 1 ล้านบาท แล้วได้เดินทางเข้ามาในประเทศไทยและได้แอบมาหลบซ่อนตัวอยู่กับหญิงไทย ย่านหลักสี่ กรุงเทพฯ จึงเข้าจับกุม MR.WEI CHIA-MING ที่บริเวณกลางซอยแจ้งวัฒนะ 10 แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ ข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม.ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

2.กก.สส.บก.ตม.1 จับกุม Mr.ICHIRO (นามสมมติ) อายุ 30 ปี สัญชาติญี่ปุ่น ในข้อหา เป็นคนต่างด้าวอยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุดนำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงาสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย จับกุมได้ที่หน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. เจริญกรุง 87 ถ.เจริญกรุง แขวงและเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ สืบเนื่องจากได้มี นางสาวบี (นามสมมติ) สัญชาติไทย ผู้เสียหาย มาแจ้งความลงบันทึกต่อพนักงานสอบสวนว่าได้ถูก Mr.ICHIRO อดีตแฟนหนุ่มทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว จากการตรวจสอบข้อมูลพบว่า Mr.ICHIRO อยู่ในราชอาณาจักรโดยการอนุญาตสิ้นสุด และได้ติดต่อขอข้อมูลจากผู้เสียหาย รับแจ้งว่า Mr.ICHIRO มีอารมณ์รุนแรง มักจะส่งข้อความมาขู่ฆ่า ส่งรูปอาวุธปืน เครื่องกระสุน หรือคลิปวิดิโอที่ถ่ายในบริเวณละแวกบ้านพักของผู้เสียหายมาเพื่อคุกคาม และแสดงให้เห็นว่าผู้เสียหายถูกติดตามและจับตาดูอยู่ ต่อมา กก.1 บก.สส.สตม. ได้รับข้อมูลจากครอบครัวของผู้เสียหายว่า Mr.ICHIRO อยู่ในอาการคล้ายมึนเมาก้าวร้าว เดินทางมาวนเวียนหาตัวผู้เสียหาย โดยส่งคลิปสถานที่ละแวกบ้านของผู้เสียหาย พร้อมทั้งข้อความขู่ฆ่า ตั้งแต่ช่วงกลางดึกถึงช่วงเช้า กก.1 บก.สส.สตม. จึงวางกำลังคุ้มครองผู้เสียหายและเฝ้าคอยตรวจสอบ Mr.ICHIRO ในเวลาต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจพบรถยนต์หรูยี่ห้อโตโยต้า รุ่นอัลพาร์ด ต้องสงสัยมาวนเวียนไปมาที่บริเวณริมถนนหน้าสถานีบริการน้ำมัน ปตท. ถ.เจริญกรุง แขวงและเขตบางคอแหลม กรุงเทพฯ จึงได้ขอตรวจสอบ พบว่า Mr.ICHIRO นั่งอยู่ในรถยนต์จึงได้คุมตัวดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว จากการประสานข้อมูลกับทางการญี่ปุ่นรับแจ้งว่า Mr.ICHIRO เป็นสมาชิกองค์กรอาชญากรรมมีชื่อ
ในประเทศญี่ปุ่น ได้ร่วมกับพวกรวม 5 คน ก่อคดีอุ้มลักพาตัว ทำร้ายร่างกายและกักขังหน่วงเหนี่ยว ในเขตกรุงโตเกียวหลังจากนั้นได้หนีมากบดานในประเทศไทย และมาก่อความรุนแรงกับหญิงไทยจนถูกจับกุมดังกล่าว

3.กก.4 บก.สส.สตม.ร่วมกับ กก.ปอพ.บก.สส.สตม. จับกุมนายอาเทม (นามสมมติ) อายุ 44 ปี สัญชาติรัสเซีย ตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 557/2567 ลงวันที่ 26 มิ.ย.2567 ในความผิดฐาน”ทำหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดฯ, จำหน่ายหนังสือเดินทางปลอมฯ, นำเข้าหนังสือเดินทางปลอมฯ” นำตัวส่งพนักงาน
สอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย จับกุมห้องพักในคอนโดมิเนียม ย่านถ.นราธิวาสราชนครินทร์ แขวงสุริยวงศ์ เขตบางรัก กรุงเทพฯ
จากการสืบสวนพบว่าขบวนการดังกล่าว ได้มีการลงโฆษณาอย่างโจ่งแจ้งในแอปพลิเคชัน VK, Telegram,WhatsApp และผ่านเว็บไซต์(passpart.pro)ว่าสามารถทำหนังสือเดินทางได้ 15 สัญชาติซึ่งเป็นการขอสัญชาติแบบถูกต้อง โดยมีการชำระเงินผ่านบัญชีเงินดิจิทัลและได้มีการเปิดบริษัทในประเทศไทยเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือทั้งนี้มีผู้เสียหายหลายคนหลงเชื่อและได้ทำการติดต่อไป ซึ่งผู้เสียหายหลายรายไม่ได้รับหนังสือเดินทางและบางรายที่ได้รับหนังสือเดินทางก็เป็นหนังสือเดินทางที่ปลอมขึ้น จากการตรวจสอบพบว่า หนังสือเดินทางที่ปลอมขึ้นดังกล่าวนั้นส่งมาโดยบริษัทขนส่ง FEDEX จากประเทศโดมินิกัน เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้ประสานกับหน่วยสืบสวนอาชญากรรมข้ามชาติประเทศสหรัฐอเมริกา เพื่อสืบสวนขยายผลเพิ่มเติม ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนทราบว่า หัวหน้าของกลุ่มขบวนการ ดังกล่าวคือ นายอาเทม (นามสมมติ) สัญชาติรัสเซีย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเสนอรายงานการสืบสวนต่อผู้บังคับบัญชาและร้องทุกข์ต่อ พงส.บก.สส.สตม. เพื่อดำเนินการตามกฎหมาย

ต่อมาเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน กก.4.บก.สส.สตม.,กก.ปอพ.บก.สส.สตม.ได้ขออนุมัติหมายจับจากศาลอาญากรุงเทพใต้ ให้จับกุมนายอาเทม ในข้อหา”ทำหนังสือเดินทางปลอมขึ้นทั้งฉบับหรือแต่ส่วนหนึ่งส่วนใดฯ,จำหน่ายหนังสือเดินทางปลอมฯ, นำเข้าหนังสือเดินทางปลอมฯ” และได้ขออนุมัติหมายค้นจากศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อพบตัวบุคคลตามหมายจับและเพื่อพบพยานหลักฐาน จากการเข้าตรวจค้นและจับกุมนายอาเทมตามหมายจับดังกล่าวพร้อมกับตรวจยึดหลักฐานที่เกี่ยวข้อง จำนวน 12 รายการ เช่น โทรศัพท์มือถือคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊ก สมุดบัญชีและบัตรเครดิตของต่างประเทศ นอกจากนี้ขยายผลพบว่า ขบวนการดังกล่าว มีการแบ่งหน้าที่กันทำมีบุคคลที่อยู่ต่างประเทศที่ประเทศโดมินิกันรับคำสั่งในการทำหนังสือเดินทางปลอม นายอาเทม ทำหน้าที่โฆษณาและพูดคุยกับผู้เสียหายทั้งหมดและจัดการเรื่องเงินที่ได้รับจากผู้เสียหาย ทั้งนี้ ผู้เสียหายไม่ทราบว่าหนังสือเดินทางนั้นเป็นของปลอมทำให้มีผู้หลงเชื่อเป็นจำนวนมาก โดยการติดต่อซื้อขายนั้นกระทำผ่านแอปพลิเคชัน TELEGRAM ความเสียหายที่ตรวจพบในเบื้องต้นทั้งหมดรวมมูลค่ากว่า 30 ล้านบาท