สตม.แถลงข่าวจับ 3 คดี หนุ่มใหญ่ฝรั่งเศสส่งออกโคคาอีน-จับหัวหน้าแก๊งปลอมหนังสือเดินทาง รวบ 3 เอเจนซี่หัวหมอปลอมเอกสารยื่นขอวีซ่าฯ

0
78

ตามนโยบายของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ โดยพล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ รอง ผบ.ตร.รรท.ผบ.ตร. และ พล.ต.อ.ธนา ชูวงศ์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศูนย์ปราบปรามคนร้ายข้ามชาติและเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้ สตม. สกัดกั้น ตรวจสอบระดมจับกุมคนต่างด้าวที่เข้ามาประกอบธุรกิจผิดกฎหมายในประเทศไทย รวมทั้งให้ดำเนินการตรวจสอบชาวไทยและชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมในขณะที่พำนักอาศัยอยู่ในประเทศไทย กระทำผิดกฎหมาย ก่อเหตุอันตรายต่อความสงบสุขและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน ทำให้เกิดความเสียหายต่อภาพลักษณ์ของประเทศ หรือกลุ่มคนร้ายข้ามชาติที่เข้ามาแฝงตัวอยู่ก่อเหตุหรือโดยใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการกระทำความผิด   

ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.อิทธิพล อิทธิสารรณชัย ผบช.สตม.,พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รอง ผบช.สตม.,พล.ต.ต.ประพันธ์ศักดิ์ ประสานสุข ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ภาณุภาคยณ์ จิตต์ประยูรตี รอง ผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.แดนไพร แก้วเวหล รองผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.สุรศักดิ์ สุรินทร์แก้ว รองผบก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชิตเดชา สองห้อง รอง ผบก.สส.ภ.7 ปฏิบัติราชการ บก.สส.สตม.พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผกก.1บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.รัฐพงษ์ แก้วยอด ผกก.4 บก.สส.สตม.,พ.ต.อ.ชย พานะกิจ ผกก.(สอบสวน) หน.กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ร่วมแถลงข่าวการจับกุมผู้ต้องหารายสำคัญ 3 คดีดัง

1.คดีแรก ตำรวจ กก.1 บก.สส.สตม. จับกุมนายมาซองซ์ (นามสมมติ) อายุ 39 ปี สัญชาติฝรั่งเศส ตามหมายจับศาลอาญา ที่ 160/2567 ลงวันที่ 23 เม.ย.2567 ความผิดฐาน พยายามส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.3 บช.ปส. ดำเนินคดีตามกฎหมาย จับกุมในหมู่บ้านจัดสรรย่าน ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ พฤติการณ์แห่งคดี เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.1 บก.ปส.3 บช.ปส. ได้รับการประสานจากพนักงานของบริษัทผู้ให้บริการจัดส่งพัสดุแห่งหนึ่ง เนื่องจากการตรวจเอ็กซเรย์พัสดุเพื่อคัดแยกก่อนนำส่ง ของศูนย์บริการพระราม 9 พบพัสดุระหว่างประเทศปลายทางประเทศกัมพูชาต้องสงสัยว่ามีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายใน จึงไปตรวจสอบพบกล่องพัสดุมีขนาดน้ำหนักรวม 1.0 กิโลกรัม จำนวน 1 กล่อง ระบุชื่อที่อยู่ผู้ส่ง Gregore xxxx Rama 4 10120  BANGKOK THAILAND Contact: +660937924XXX ถึงผู้รับ Jerome Derai 171209 SIEM REAP CAMBODIA Contact: +855967420XXX จากการเปิดกล่องพัสดุพบภายในบรรจุกล่องรถบังคับวิทยุเฟอร์รารี่ สีแดง ยี่ห้อราสตาร์  ภายในมีรถบังคับวิทยุ จำนวน 1 คัน รีโมทบังคับ จำนวน 1 ชิ้น และกล่องกระดาษสายชาร์จ (ไม่มีสายชาร์จ) ข้างในพบผงสีขาวจับตัวเป็นก้อนห่อด้วยพลาสติกปิดด้วยความร้อน จำนวน 1 ห่อ น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 10 กรัม เมื่อนำตัวอย่างผงสีขาวดังกล่าวทดสอบกับน้ำยาตรวจสารเสพติดเบื้องต้น ให้ผลเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) จึงทำการตรวจยึดเป็นของกลางนำส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวนและตรวจสอบทรัพย์สิน บก.ปส.3 บช.ปส. เพื่อสืบสวนสอบสวนหาตัวผู้กระทำผิด ต่อมาสืบสวนพบว่าผู้ส่งพัสดุของกลางคือนายมาซองซ์ พนักงานสอบสวนจึงได้ขออนุมัติศาลอาญาออกหมายจับ นายมาซองซ์ ในความผิดฐานพยายามส่งออกซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคคาอีน) โดยไม่ได้รับอนุญาตอันเป็นการกระทำเพื่อการค้า อันเป็นการก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน จนกระทั่งพบว่า นายมาซองซ์ พักอาศัยอยู่กับหญิงไทยในหมู่บ้านจัดสรรย่าน ถ.พัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ จึงเข้าจับกุมนายมาซองซ์ ขณะจะเดินทางออกไปทำธุระนอกหมู่บ้าน ในชั้นจับกุมนายมาซองซ์ ให้การรับว่ากล่องพัสดุและโคคาอีนของกลางเป็นของตนเอง โดยได้ซื้อโคคาอีนมาจากชายผิวสีไม่ทราบชื่อสัญชาติซึ่งพบกันในสถานบันเทิงแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และการส่งพัสดุครั้งนี้เป็นการทดลองส่งไปให้เพื่อนที่อยู่ในประเทศกัมพูชาครั้งแรก แต่เพื่อนไม่ได้รับ จึงเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจของไทยได้ตรวจพบโคคาอีนในกล่องพัสดุแล้ว แต่ไม่คิดว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะรู้ว่าตนเป็นผู้ส่ง เนื่องจากได้จัดส่งโดยใช้ชื่อของคนอื่น หากครั้งนี้ส่งผ่านก็จะหาโคคาอีนทยอยส่งไปให้เพื่อนอีก แต่ครั้งแรกไม่สำเร็จกลัวจะถูกจับกุมจึงไม่ได้หาโคคาอีนส่งไปให้เพื่อนอีก                          

คดีที่สอง ตำรวจ กก.4 บก.สส.สตม. จับกุมนายเฉิน (นามสมมติ) อายุ 52 ปี สัญชาติสุรินัม ผู้ต้องหาตามหมายจับของศาลอาญา ที่ 1607/2567 ลงวันที่ 17 เม.ย.2567 ในความผิดฐาน ปลอมและใช้หนังสือเดินทางปลอม นำตัวส่งพนักงานสอบสวน กลุ่มงานสอบสวน บก.สส.สตม. ดำเนินคดีตามกฎหมาย จับกุมไก้บริเวณถนนสวนพลู แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ กก.4 บก.สส.สตม. จากการสืบสวนทราบว่า มีขบวนการทำหนังสือเดินทางปลอมและนำคนเข้าออกประเทศอย่างผิดกฎหมาย จึงได้ทำการขอหมายค้นต่อศาลอาญากรุงเทพใต้เข้าทำการตรวจค้นห้องพักในคอนโดแห่งหนึ่งย่านสาทร ผลการตรวจค้นพบ นายเฉิน อายุ 52 ปี สัญชาติซูรินัม แสดงตนเป็นผู้ครอบครองห้องพัก และได้พบเอกสารราชการไทย เช่น ใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ เอกสารการเปิดบัญชีธนาคารหลายรายการ และสำเนาหนังสือเดินทาง ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าเอกสารต่าง ๆ เหล่านั้น เกิดจากการที่มีบุคคลใช้หนังสือเดินทางไต้หวัน ในชื่อราย MR.CHUN เกิดวันที่ 13 พ.ย.2509 (ค.ศ.1966) หมายเลขหนังสือเดินทาง 31080xxxx ซึ่งลักษณะรูปพรรณของบุคคลในสำเนาหนังสือ เดินทางตรงกับนายเฉิน จึงได้ทำการตรวจยึดเอกสารดังกล่าว และได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจไต้หวันตรวจสอบพบว่าเป็นหนังสือเดินทางปลอม พร้อมกับได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ตำรวจจีนตรวจสอบพบว่า นายเฉิน เป็นคนสัญชาติจีน มีพฤติการณ์เป็นหัวหน้าขบวนการในการปลอมหนังสือเดินทางของสาธารณรัฐประชาชนจีน ไต้หวัน และปลอมบัตรผู้อาศัยถาวรของประเทศต่าง ๆ และเป็นหัวหน้าขบวนการนำคนจีนเดินทางออกจากประเทศจีนหลบหนีเข้าไปยังประเทศต่าง ๆ อย่างผิดกฎหมาย โดยการใช้หนังสือเดินทางปลอมหรือการใช้บัตรผู้อยู่อาศัยถาวรในการแสดงตัวตนในการทำธุรกรรมต่าง ๆ เพื่อทำการปิดบังตัวตนแล้วหลบหนีออกมาจากประเทศจีน หลังจากการรวบรวมพยานหลักฐานจึงได้ขออนุมัติหมายจับต่อศาลอาญาทำการจับกุมนายเฉินดำเนินคดีในข้อหาดังกล่าว     

คดีที่สาม บก.สส.สตม. ได้รับการประสานงานจากสถานทูตต่าง ๆ ประจำประเทศไทย ให้ตรวจสอบกรณีสงสัยว่ามีคนไทยที่ไปยื่นขอวีซ่าเพื่อไปท่องเที่ยวในประเทศแถบยุโรปจำนวนหลายร้อยรายจะใช้เอกสารประกอบการยื่นขอวีซ่าปลอม จึงสั่งการให้ชุด ศปชก.สตม. ไปทำการตรวจสอบผลการตรวจสอบพบว่าเอกสารที่คนไทยนำมายื่นขอวีซ่า เช่น ใบรับรองการทำงาน รายการเดินบัญชีธนาคาร หนังสือรับรองยอดเงิน ส่วนใหญ่เป็นเอกสารปลอม จากการสืบสวนพบว่ามีกลุ่มบริษัทเอเจนซี่รับยื่นขอวีซ่าให้กับคนไทยที่ต้องการไปต่างประเทศเป็นผู้ดำเนินการให้ จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติหมายค้นต่อศาลเข้าทำการตรวจค้นกลุ่มบริษัทเอเจนซี่ดังนี้ 1.ตรวจค้นคอนโดย่านปากเกร็ด อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี มีนายนคร (นามสมมติ) อายุ 49 ปี สัญชาติไทย แสดงตนเป็นเจ้าของห้องพักและนำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลางเอกสารรายการ เดินบัญชีธนาคารและหนังสือรับรองการทำงานปลอม จำนวน 23 รายการ จึงได้ทำการจับกุมนายนคร พร้อมของกลาง ในข้อหา “ปลอมเอกสาร” นำตัวส่ง พนักงานสอบสวน สภ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี ดำเนินคดีตามกฎหมาย และจากการสืบสวนขยายผลพบว่า นายนครได้ว่าจ้างบุคคลอื่นทำการปลอมเอกสารดังกล่าวอีกทอดหนึ่ง ในราคาชุดละ 5,000 บาท ซึ่งอยู่ระหว่างการสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานดำเนินคดีกับผู้ทำการปลอมเอกสาร 2.ตรวจค้นบริษัทแห่งหนึ่ง ย่านสายไหม มีนางธัญญ์นารี (นามสมมติ) อายุ 40 ปี สัญชาติไทย แสดงตนเป็นเจ้าของบริษัทและนำการตรวจค้นผลการตรวจค้นพบของกลาง จำนวน 27 รายการ ประกอบด้วย ตราประทับบริษัทต่าง ๆ รายการเดินบัญชีธนาคารปลอม หนังสือรับรองการทำงานบริษัทต่าง ๆ ปลอม  นางธัญญ์นารี รับว่าเป็นผู้ทำปลอมขึ้นเอง จากนั้นก็จะพาลูกค้าไปยื่นขอวีซ่ากับสถานทูตต่าง ๆ โดยแนะนำก่อนว่าจะต้องตอบคำถามอย่างไรหากมีการสัมภาษณ์ จึงได้ทำการจับกุมนางธัญญ์นารี พร้อมของกลางในข้อหา “ปลอมเอกสาร” นำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.สายไหม ดำเนินคดีตามกฎหมาย 3.ตรวจค้นบริษัททัวร์แห่งหนึ่ง ในจว.อุดรธานี มี น.ส.นภัชชา (นามสมมติ) อายุ 48 ปี สัญชาติไทย แสดงตนเป็นเจ้าของบริษัทและนำการตรวจค้น ผลการตรวจค้นพบของกลาง จำนวน 12 รายการ ประกอบด้วย ตราประทับบริษัทต่าง ๆ หนังสือรับรองเงินฝากธนาคารปลอม น.ส.นภัชชา รับว่าได้ว่าจ้างนายหน้าอีกคนหนึ่งเป็นผู้ทำปลอมขึ้น ในราคาฉบับละ 5,000 – 7,000 บาท จากนั้นจะตรวจสอบและส่งเอกสารให้ลูกค้าไปใช้ยื่นขอวีซ่ากับสถานทูต แต่ส่วนใหญ่ก็จะถูกทางสถานทูตปฏิเสธการออกวีซ่าให้ จึงได้ตรวจยึดของกลาง และจะได้ร้องทุกข์กล่าวโทษ น.ส.นภัชชากับพนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อดำเนินคดีในข้อหา “ร่วมกันปลอมเอกสาร” ต่อไป

สตม.ขอเรียนให้ท่านทราบว่า สตม. มีมาตรการในการตรวจสอบ กวดขัน และปราบปรามการกระทำความผิด ในด้านต่าง ๆ รวมถึงการเฝ้าระวังบุคคลทั้งสัญชาติไทยและสัญชาติอื่น ๆ ที่มีหมายจับ และการเดินทางเข้า-ออกประเทศไทย หากประชาชนท่านใดพบเห็นเบาะแสการกระทำความผิด กรุณาแจ้งมายัง สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง อาคารเฉลิม พระเกียรติสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร พระชนมพรรษา 60 พรรษา เลขที่ 904 หมู่ที่ 6 ต.บ้านใหม่ อ.ปากเกร็ด จว.นนทบุรี 11120 หรือติดต่อตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดในพื้นที่ หรือที่ www.immigration.go.th จักขอบพระคุณเป็นอย่างยิ่ง