วันนี้ (6 ต.ค.65) เวลา 14.00 น.พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี พร้อมคณะ ลงพื้นที่ตรวจติดตามสถานการณ์น้ำและแผนงานด้านทรัพยากรน้ำ โดยประชุมร่วมกับหน่วยงานด้านน้ำ ทั้งส่วนกลาง และในพื้นที่ ณ ห้องประชุมบัวหลวง ชั้น 5 ศาลากลางจังหวัดปทุมธานี โดยมี นายณรงค์ศักดิ์ โอสถธนากร ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี รายงานสถานการณ์น้ำในจังหวัดปทุมธานี จากนั้นคณะรองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่ วัดโบสถ์ อ.สามโคก ตรวจระดับน้ำและการบริหารจัดการน้ำแม่น้ำเจ้าพระยา ที่ท่าน้ำวัดโบสถ์ จากนั้นไปต่อยัง อบต.กระแชง อ.สามโคก พบปะประชาชนในพื้นที่ ให้กำลังใจและติดตามการทำงานของทีมงานขบวนคาราวานช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม วิทยาลัยเทคนิคปทุมธานี ซึ่งช่วยกันทำอาหารแจกจ่ายประชาชนผู้ประสบภัย และวิทยาลัยเทคนิคธัญบุรี ที่จัดทีมนักศึกษามาให้ความรู้ บริการช่วยเหลือชาวบ้านเกี่ยวกับยานพาหนะ เช่นเปลี่ยนผ้าเบรค ถ่ายน้ำมันเครื่อง และกลุ่มจิตอาสาร่วมกันกรอกกระสอบทราย ก่อนจะเดินทางลงพื้นที่ตรวจติดตามระดับน้ำที่ประตูน้ำจุฬาลงกรณ์ อ.ธัญบุรี
พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี สั่งการและกำชับถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการปรับปรุงซ่อมแซมประตูระบายน้ำอย่างเป็นระบบ เพื่อรองรับน้ำได้อย่างเต็มศักยภาพ รับมือทันสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง
สำหรับจังหวัดปทุมธานี มีทั้งหมด 7 อําเภอ ประกอบด้วย อําเภอเมืองปทุมธานี อําเภอธัญบุรี อําเภอคลองหลวง อําเภอลําลูกกา อําเภอลาดหลุมแก้ว อําเภอสามโคก และอําเภอหนองเสือ รวม 60 ตําบล 345 หมู่บ้าน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น 65 แห่ง ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนจังหวัด 1 แห่ง เทศบาลนคร 1 แห่ง เทศบาลเมือง 9 แห่ง เทศบาลตําบล 17 แห่ง และองค์การบริการส่วนตําบล 37 แห่ง
สถานการณ์อุทกภัยที่เกิดขึ้นในปัจจุบันสืบเนื่องมาจากมีฝนตกหนักและมีการระบายน้ำเพิ่มขึ้น ส่งผลให้น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และลำคลอง ในพื้นที่ชั้นในและชั้นนอกของจังหวัดปทุมธานี เอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ไร่นา ของราษฎร ตั้งแต่ต้นเดือนกันยายน 2565 มีพื้นที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว จำนวน 5 อำเภอ 45 ตำบล 166 ชุมชน 264 หมู่บ้าน 70,958 ครัวเรือน (ข้อมูล ณ วันที่ 12 กันยายน 2565) ประกอบด้วย อำเภอเมืองปทุมธานี / อำเภอสามโคก / อำเภอลำลูกกา / อำเภอธัญบุรี / อำเภอคลองหลวง โดยแยกเป็นการเกิดจากน้ำล้นตลิ่งในแม่น้ำเจ้าพระยา มีผลกระทบ 2 อำเภอ 21 ตำบล 56 หมู่บ้าน 8 ชุมชน รวม 4,926 ครัวเรือน เป็นพื้นที่นอกคันกั้นน้ำทั้งหมด ซึ่งจังหวัดปทุมธานี ใช้ถนนเป็นแนวคันกั้นน้ำทั้งสองฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยา โดยมีความยาว 30 กิโลเมตร ระดับความสูง 3–3.5 เมตร ตั้งแต่ อำเภอเมืองปทุมธานี – อำเภอสามโคก เกิดจากปริมาณฝนตกหนักในพื้นที่ชั้นใน ทำให้ระดับน้ำในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ มีระดับน้ำสูงขึ้น มีผลกระทบ 4 อำเภอ 14 องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในพื้นที่อำเภอเมืองปทุมธานี อำเภอธัญบุรี อำเภอคลองหลวง อำเภอลำลูกกา โดยการประกาศพื้นที่ประสบสาธารณภัย จำนวน 5 อำเภอ (ธัญบุรี คลองหลวง ลำลูกกา เมืองปทุมธานี หนองเสือ) 24 ตำบล 227 หมู่บ้าน 179 ชุมชน จากสถานการณ์ดังกล่าวข้างต้น จังหวัดปทุมธานี ได้บูรณาการร่วมกับส่วนราชการ ทหาร ตำรวจ อำเภอ เหล่ากาชาดจังหวัด กิ่งกาชาดอำเภอ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มูลนิธิ ภาคเอกชน และประชาชนจิตอาสา ร่วมกันบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชนในเบื้องต้น การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ เสริมคันดิน จัดหากระสอบทราย เพื่อป้องกันน้ำท่วม จัดทำสะพานไม้ โป๊ะแพลอยน้ำ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการเดินทาง การขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูง แจกจ่ายถุงยังชีพ เครื่องอุปโภคบริโภค ยาและเวชภัณฑ์ ให้กับครัวเรือนผู้ประสบภัยในเบื้องต้น ตลอดจนจัดชุดแพทย์เคลื่อนที่ออกตรวจสุขภาพและให้บริการทางการแพทย์ การสำรวจและย้ายมิเตอร์ไฟฟ้าในจุดเสี่ยงต่อการเกิดน้ำท่วมถึง และอื่นๆ
อย่างไรก็ตามขณะนี้สถานการณ์น้ำในจังหวัดปทุมธานียังอยู่ในระดับที่ต้องเฝ้าระวัง เนื่องจากต้องติดตามสภาพอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลง รวมถึงระดับน้ำทะเลหนุนสูง ซึ่งจังหวัดจะประกาศแจ้งเตือนประชาชนริมแม่น้ำเจ้าพระยาให้ขนของขึ้นที่สูง ไว้ล่วงหน้า

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่