วันที่ 18 ส.ค.65 “ปวีณา” บินด่วนไปจ.เชียงใหม่ พาแม่เด็กหญิง 7 ขวบ พบพ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก ติดตามคดีพ่อแท้ๆ พาลูกสาว 7 ขวบ ไปห้องเช่ากักขังปิดไฟให้อยู่ในห้องมืดๆ เปิดหนังโป๊ให้ดูก่อนล่วงละเมิดทางเพศต่อเนื่องมาเป็นเวลา 5 เดือน ข่มขู่ห้ามบอกใคร ล่าสุด “ปวีณา” ประสานตำรวจออกหมายจับและจับกุมตัวพ่อแท้ๆ สุดหื่นรายนี้ ส่งดำเนินคดีแล้ว

สืบเนื่องจากวันที่ 15 ส.ค.65 น.ส.โบว์ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ อาชีพ ไรเดอร์ส่งของ ร้องทุกข์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพี่อเด็กและสตรี แจ้งว่า น้องบี (นามสมมุติ) ลูกสาววัย 7 ขวบ ถูกนายหนึ่ง (นามสมมุติ) พ่อแท้ๆ กระทำอนาจารและพยายามข่มขืน ตั้งแต่ มี.ค.-ส.ค.65 ตลอดระยะเวลา 5 เดือนที่ผ่านมา แม่เพิ่งมาทราบเรื่องและตอนนี้ลูกสาวมีอาการกร้าวร้าวผิดปกติ แม่ต้องการเอาเรื่องให้ถึงที่สุด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือด้วย

น.ส.โบว์ กล่าวว่า เมื่อ 8 ปีก่อนตนอยู่กินกับนายหม่อง (นามสมมุติ) ชาวเมียนมา ที่มาทำงานเป็นพนักงานเสิร์ฟอยู่จ.เชียงใหม่ จนมีลูกด้วยกัน 1 คน คือ ด.ญ.บี ด้วยความที่นายหม่องเป็นคนเจ้าชู้จึงทะเลาะกันบ่อยครั้ง พอลูกอายุได้ 2 ขวบ ตนกับนายหม่องจึงเลิกรากัน ต่างคนก็ต่างไปมีครอบครัวใหม่ ซึ่งลูกสาวก็อยู่ในความดูแลของตนเอง และตนกับสามีใหม่ก็มีลูกด้วยกันอีก 1 คน

ตั้งแต่แยกทางกันนายหม่องมาหลายปี นายหม่องก็ไม่ได้มาสนใจดูแลลูก กระทั่งช่วงเดือนมี.ค.ที่ผ่านมา ตนเองก็แปลกใจที่นายหม่องมาขอรับลูกพาไปเที่ยวทุกอาทิตย์จนถึงปัจจุบันเป็นเวลา 5 เดือน แต่ก็ไม่ได้เอะใจสงสัยอะไรเพราะก็เห็นว่าเป็นพ่อของลูกคงจะไม่มีปัญหาอะไร

จนกระทั่งวันที่ 11 ส.ค.65 ขณะที่ตนกำลังนั่งดูข่าวในทีวีอยู่กับลูกนั้น มีการนำเสนอข่าวพ่อเลี้ยงข่มขืนลูกเลี้ยง ตนจึงลองถามลูกว่าพ่อเลี้ยงเขาดีกับลูกหรือเปล่า? พ่อเลี้ยงเคยทำอะไรหนูหรือเปล่า?

ซึ่งหลังได้ยินคำตอบของลูกตนแทบช็อก! เพราะน้องบี บอกว่า “พ่อเลี้ยงไม่เคยทำอะไร เขาดีกับหนู แต่พ่อแท้ๆ เป็นคนทำหนู พ่อมารับหนูกับแม่แล้วบอกจะพาหนูไปเที่ยวแต่กลับพาหนูไปที่ห้องเช่าแล้วปิดไฟในห้องจนมืดแล้วเปิดหนังโป๊ให้ดู พ่อล่วงละเมิดทางเพศและพยายามข่มขืนหนูทุกครั้ง หนูไม่อยากไปไหนกับพ่ออีกแล้ว”

น.ส.โบว์ กล่าวอีกว่า หลังทราบเรื่องตนได้พาลูกสาวเข้าแจ้งความที่ สภ.ช้างเผือก เมื่อวันที่ 13 ส.ค.ที่ผ่านมา โดยต้องการจะดำเนินคดีกกับนายหม่อง พ่อแท้ๆ ที่ทำกับลูกในไส้ได้ถึงขนาดนี้ให้ถึงที่สุด ขอมูลนิธิปวีณาฯ ช่วยติดตามคดีให้ด้วย

หลังรับเรื่องนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน พ.ต.ท.ปริญญา ไชยพรม รอง ผกก.(สอบสวน) รักษาราชการแทน พ.ต.อ.กิตติพงษ์ เพ็ชรมุณี ผกก.สภ.ช้างเผือก ที่ไปอบรม เพื่อให้สองแม่ลูกผู้เสียหายไปพบในวันที่ 16 ส.ค. ก่อนจะมีการนัดสอบสหวิชาชีพในวันที่ 17 ส.ค. ซึ่งเด็กหญิงให้การชัดเจนว่าถูกพ่อแท้ๆ กระทำ เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้รวบรวมพยานหลักฐานขอออกหมายจับนายหม่อง ในช่วงเย็นวันที่ 17 ส.ค.

ขณะเดียวกัน นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้ประสาน นางจิราพร เชาว์ประยูร พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดเชียงใหม่ และนางรชยา ฮั่นตระกูล หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อรับแม่และเด็กเข้ารับการคุ้มครองสวัสดิภาพที่บ้านพักเด็กฯ เชียงใหม่ ในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ตำรวจรวบรวมพยานหลักฐานก่อนจะออกหมายจับและจับกุมพ่อแท้ๆ รายนี้

ล่าสุดวันที่ 18 ส.ค.นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ ได้เดินทางไปจ.เชียงใหม่ พาแม่เด็กหญิงผู้เสียหายเดินทางไปที่ สภ.ช้างเผือก พบกับ พ.ต.ท.ปริญญา ไชยพรม รอง ผกก.(สอบสวน) รักษาราชการแทน ผกก.สภ.ช้างเผือก เพื่อติดตามคดี และได้รับรายงานว่า ตำรวจสภ.ช้างเผือก ได้ออกหมายจับเย็นวันที่ 17 ส.ค. และจับกุมตัวนายหม่อง ชาวเมียนมา พ่อแท้ๆ ตามหามายจับมาสอบสวนแล้วให้การรับสารภาพว่า ได้ล่วงละเมิดทางเพศลูกสาวตัวเองจริง เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหา กระทำอนาจารเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี และพยายามข่มขืนเด็กหญิงอายุต่ำกว่า 13 ปี ซึ่งเป็นผู้สืบสันดาน ส่งดำเนินคดีตามกฎหมาย และจะควบคุมตัวผู้ต้องหาไปฝากขังศาลช่วงบ่ายวันที่ 18 ส.ค.นี้

นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาฯ กล่าวว่า เคสนี้เป็นที่น่าเศร้าสลดใจอย่างมาก ที่พ่อแท้ๆ กระทำการอันเลวร้ายกับลูกในไส้อายุเพียง 7 ขวบ จึงต้องเร่งจับกุมตัวมาดำเนินคดีตามกระบวนการยุติธรรมให้ถึงที่สุด และฟื้นฟูสภาพจิตใจของหนูน้อยโดยเร็ว จากสถิติพบว่าพ่อแท้ๆ ที่ข่มขืนลูกมักจะไม่ได้เลี้ยงดูลูกหรือไม่มีความผูกพันกับลูกมาก่อน ดังนั้นขอเตือนทุกครอบครัวให้ดูแลเด็กอย่างใกล้ชิด หากพบสิ่งผิดปกติแจ้งมูลนิธิปวีณาฯ ทางเพจเฟซบุ๊ก มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่