วันที่ 8 พฤศจิกายน 2565 กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง พล.ต.ท.จิรภพ ภูริเดช ผบช.ก.พล.ต.ต.ณัฐศักดิ์ เชาวนาศัย รอง ผบช.ก. พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. พล.ต.ต.มนตรี เทศขัน ผบก.ป พ.ต.อ. ธรากร เลิศพรเจริญ พ.ต.อ.สำเริง อำพรรทอง พ.ต.อ.ณัฐวัฒน์ เกศะรักษ์ พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติ กนกพร รอง ผบก.ปคบ. พ.ต.อ.เนติ วงษ์กุหลาบ ผกก.4 บก.ปคบ. พ.ต.อ.วีระชาญ ขุนไชยแก้ว ผกก.5 บก.ป สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา โดย นพ.ไพศาล ดั่นคุ้ม เลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา และภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา ร่วมกันแถลงผลงานจับกุมกวาดล้างเครือข่าย ผู้ผลิตและขายยาแก้ไอปลอมรายใหญ่ เบื้องต้นมีการดำเนินคดีกับผู้ต้องหา 3 ราย พร้อมตรวจยึดของกลางที่ เกี่ยวข้องมากกว่า 80 รายการ มูลค่าความเสียหายประมาณ 70,000,000 บาท

 สืบเนื่องจากบริษัท เดอะเบสท์ 2018 ฟาร์มาซูติคัล จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยาแก้ไอยี่ห้อ Diphenyl (ไก่แดง) และบริษัท แกรนด์ ฟาร์ม่า จำกัด ผู้จัดจำหน่ายยาแก้ไอยี่ห้อ Datissin (ฝาแดง) ได้มาแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน กก.4 บก.ปคบ.ให้ทำการสืบสวนกรณีมีผู้ผลิตยาแก้ไอปลอม ออกจำหน่ายตามร้านขายยาเป็นจำนวนมาก เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ทำการสืบสวนจนทราบว่า มีแหล่งผลิต ยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Diphenyl รายใหญ่อยู่ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช โดยมีจุดกระจายสินค้าอยู่ที่ จ.ภูเก็ต ต่อมาวันที่ 1 พฤศจิกายน 2565 เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.4 บก.ปคบ.ได้ร่วมกับ กก.5 บก.ป.และเจ้าหน้าที่จากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา นำหมายค้นเข้าตรวจค้นสถานที่ต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการผลิตและการจำหน่ายยาแก้ไอปลอม จำนวน 11 จุด ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 9 จุด และ จ.ภูเก็ต จำนวน 2 จุด ผลการตรวจค้นพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ต่อเติมบ้านพักอาศัยแล้วดัดแปลงเป็นโรงงานผลิต ยาแก้ไอปลอม อีกทั้งยังแบ่งแยกสถานที่เป็นหลายจุด เช่น จุดเก็บขวดเปล่า จุดผสม วัตถุดิบ จุดบรรจุ จุดเก็บผลิตภัณฑ์ และจุดกระจายสินค้า เพื่อให้ยากแก่การสืบสวนติดตาม ผลการตรวจค้นสามารถ จับกุมตัว นายชัย (สงวนนามสกุล) ได้ที่โรงงานผลิตในพื้นที่ หมู่ 10 จ.นครศรีธรรมราช และได้ทำการตรวจยึดของกลางหลายรายการ

 ประกอบด้วย 1.ยาแก้ไอปลอม (ฝาไก่แดง) จำนวน 59,600 ขวด 2.ยาแก้ไอปลอม (ฝาแดง) จำนวน 3,950 ขวด 3.ยาแก้ไอปลอม จำนวน 1,600 ขวด 2 4. ยาแก้ไอปลอม จำนวน 1,600 ขวด 5. ยาแก้ไอยี่ห้ออื่น ๆ (ของจริง) จำนวน 7,220 ขวด 6. ขวดยาแก้ไอเปล่าที่รอการบรรจุจำนวน 419,720 ขวด 7. เครื่องตอกปิดฝา จำนวน 2 เครื่อง 8. เครื่องบรรจุยา ขนาด 30 ลิตร จำนวน 2 เครื่อง 9. เครื่องติดฉลาก จำนวน 3 เครื่อง 10. เครื่องปั๊มลม จำนวน 2 เครื่อง 11. ถังผสมยาแก้ไอ ขนาด 200 ลิตร จำนวน 4 ถัง 12. ส่วนผสมและวัตถุดิบ พร้อมทั้งอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่ใช้ในการผลิต จำนวนหลายรายการ อีกทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจยังได้ทำการจับกุมตัว นายพงษ์ (สงวนนามสกุล) ที่โรงงานผลิตในพื้นที่ หมู่ 10 จ.นครศรีธรรมราช ในข้อหา “ครอบครอบอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต” พร้อมด้วยของกลาง อาวุธปืนพกสั้นยี่ห้อ SIG SAUER ขนาด 9 มม. จำนวน 1 กระบอก พร้อมกระสุนปืน จำนวน 44 นัด ส่วนที่ จ.ภูเก็ต (จุดกระจายสินค้า) ผลการตรวจค้นพบยาแก้ไอยี่ห้อต่าง ๆ (ของจริง) จำนวน 11,400 ขวด กล่องบรรจุภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ยาอื่น ๆ อีกจำนวนหนึ่ง     จากการสอบถาม นายชัยฯ ให้การว่า ตนมีหน้าที่ควบคุมดูแลการผลิตยาแก้ไอปลอม โดยมี นายภพ (สงวนนามสกุล) และน.ส.ชญา (สงวนนามสกุล) สองสามีภรรยาเป็นเจ้าของโรงงาน และมีนายนันท์ ลูกน้องคนสนิทของนายภพฯ เป็นผู้ดูแลด้านการเงินและการจัดจำหน่าย โดยนายชัยฯ ยังให้การ เพิ่มเติมอีกว่า ตนได้ร่วมกับสองสามีภรรยาและนายนันท์ ทำการผลิตและจำหน่ายยาไอปลอมตั้งแต่ปีพ.ศ.2562 โดยเริ่มต้นได้ผลิตยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Datissin (ฝาแดง) ต่อมาเมื่อประมาณต้นปีพ.ศ.2565 ได้เปลี่ยนมาผลิตยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ Diphenyl (ไก่แดง) แทน ส่วนยาแก้ไอปลอมยี่ห้อ K-cough และยี่ห้อ A-chlordyl นายภพฯ ได้ซื้อมาจากบุคคลอื่น (อยู่ระหว่างการสืบสวนขยายผลต่อไป) รวมตรวจค้น 11 จุด มีการตรวจยึดของกลางเป็นยาแก้ไอปลอม 66,750 ขวด ยาแก้ไอยี่ห้ออื่นๆ (ของจริง) จำนวน 18,600 ขวด ผลิตภัณฑ์ยาอื่น ๆ วัตถุดิบที่ใช้ผลิตยาแก้ไอปลอม เครื่องจักรและ อุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงพยานหลักฐานอื่น ๆ ในคดี จำนวนมากกว่า 80 รายการ มูลค่าความเสียหาย ประมาณ 70 ล้านบาท และได้ทำการจับกุมตัว นายชัย ได้ที่โรงงานผลิตในพื้นที่ หมู่ 10 จ.นครศรีธรรมราช ส่วนสองสามีภรรยาได้เชิญตัวมาพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยเบื้องต้นการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 3 ราย เป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ยา พ.ศ.2510 ฐาน “ร่วมกันผลิตและขายยาปลอม ตาม มาตรา 72(1) ระวางโทษ จำคุกตั้งแต่สามปีถึงตลอดชีวิต และปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทถึงห้าหมื่นบาท” และ “ร่วมกันผลิตและขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 ระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี และปรับไม่เกินหนึ่งหมื่นบาท” โดยผู้ต้องหาทั้ง 3 รายให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา อนึ่ง นายนันท์ฯ ผู้ต้องหารายสุดท้ายได้ติดต่อพนักงานสอบสวนเพื่อมารับทราบข้อกล่าวหาแล้ว 3

  จากการสืบสวนเพิ่มเติมพบว่า แหล่งที่มาของวัตถุดิบในการผลิตยาผลิตยาแก้ไอปลอมมีการสั่งซื้อน้ำเชื่อมกลูโคส (สารให้ความหวานแทนน้ำตาล) กลิ่นราสเบอรี่ เฟเวอร์และมีการสั่งผลิตฉลากปลอมจากบริษัทต่าง ๆ ในพื้นที่ กทม. อีกทั้งยังพบว่าได้มีการจำหน่ายยาแก้ไอปลอมดังกล่าวไปในหลายจังหวัดทั่วประเทศ เช่น กทม. ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง นครปฐม สมุทรสาคร ภูเก็ต ชุมพร สุราษฎร์ธานีและอุบลราชธานีโดยตั้งแต่เดือนเมษายน 2564 ถึงปัจจุบัน เครือข่ายการผลิตยาแก้ไอปลอมมีรายได้จากการจำหน่ายยาแก้ไอปลอมมากกว่า 80 ล้านบาท

 ภก.วีระชัย นลวชัย รองเลขาธิการคณะกรรมการอาหารและยา กล่าวว่า การดำเนินการในครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณ บก.ปคบ. ที่ได้ช่วย อย. สืบสวนจนสามารถจับกุมเครือข่ายลักลอบผลิตยาน้ำแก้ไอปลอม ในพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช พบการผลิตยาน้ำแก้ไอปลอมหลายยี่ห้อ เป็นเครือข่ายที่ลักลอบผลิตยาปลอมและจำหน่ายยาดังกล่าวให้ร้านขายยาในหลายจังหวัด สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ พี่น้องประชาชนได้รับ ความเสียหายจากการซื้อและบริโภคยาที่ผลิตไม่ได้มาตรฐาน ไม่ถูกสุขลักษณะ ไม่สามารถรักษาโรคได้และอาจได้รับอันตรายจากการบริโภค และยาบางส่วนจำหน่ายให้กับกลุ่มบุคคลที่ต้องการไปใช้เป็นส่วนผสมของ เครื่องดื่มที่ทำให้มึนเมาในนาม “สี่คูณร้อย” อย. และ สสจ. ทั่วประเทศจะร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.ปคบ. เฝ้าระวังและจับกุมผู้กระทำผิดอย่างเคร่งครัดต่อไป ทั้งนี้ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบผลิตภัณฑ์สุขภาพที่ได้ รับอนุญาตจาก อย. ได้ที่ www.fda.moph.go.th หากพบผลิตภัณฑ์ที่ต้องสงสัยหรือไม่ได้รับอนุญาต สามารถ แจ้งได้ที่สายด่วน อย. 1556 หรือผ่าน Line@FDAThai, Facebook: FDAThai หรือ Email:1556 @fda.moph.go.th ตู้ปณ. 1556 ปณฝ. กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี11004 หรือสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดทั่วประเทศ

 พล.ต.ต.อนันต์ นานาสมบัติ ผบก.ปคบ. กล่าวว่า ยาเป็นปัจจัย 4 ที่ประชาชนจะใช้รักษาเยียวยา เมื่อป่วยไข้อันดับแรก และส่งผลโดยตรงกับสุขภาพของประชาชน หากรับประทานยาปลอมที่ผลิตโดยไม่ได้ มาตรฐานอาจทำให้การรักษาไม่ได้ผล ไม่หาย และอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต ผู้ผลิตและขายยาจะต้อง ขออนุญาตให้ถูกต้อง เพื่อเป็นหลักประกันเบื้องต้นว่ายาที่ผลิตมาสู่ท้องตลาดมีมาตรฐาน และรักษาโรคได้จริง บก.ปคบ.จะดำเนินกวดขันจับกุมผู้ผลิตและขายยาปลอม รวมถึงกวาดล้างผู้ที่ผลิตและขายยาโดยไม่ได้ รับอนุญาตให้ถึงที่สุด โดยประชาชนทั่วไปหากพบเห็นการกระทำความผิด สามารถแจ้งได้ที่ สายด่วน ปคบ.1135 หรือเพจ ปคบ.เตือนภัยผู้บริโภค

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่