วันที่ 30 ก.ย. 65 มีตัวแทนชาวบ้านจังหวัดชัยภูมิ 4 คน ร้อง มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี รังสิตนครนายก คลองเจ็ด ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี ถูกหลอกลวงฉ้อโกงเปิดบัญชีรับเงินโครงการรัฐ มีเงินฝากเข้าบัญชีกว่า 3 แสนบาท ต่อคน ร่วม 150-200 บัญชี แต่พวกตนไม่เคยได้รับเงินที่เข้ามาในบัญชีกว่า 300,000 บาท และไม่เคยได้ทำงาน ขอให้ดำเนินคดีกับผู้หลอกลวงด้วย

ตัวแทนชาวบ้าน เล่าว่า ถูกอดีตประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำบ้านโนนเหม่าหลอกให้เปิดบัญชีธนาคารเพื่อทำงานขุดลอกคูคลองอ่างเก็บน้ำ ประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำได้นำบัญชีเงินฝากและบัตร ATM ไปด้วย รอมา 3 ปีไม่ได้ทำงาน แต่มีเงินกว่า 3 แสนบาทผ่านบัญชี โดยที่เจ้าตัวไม่รู้ พบมีผู้เสียหายกว่า 100 ราย ผู้เสียหาย ระบุ ผลจากการเปิดบัญชีธนาคารพวกเขาต้องเสียสิทธิประโยชน์ในการเยียวยา ต่างๆ ที่รัฐให้ช่วง COVID19

นางหนึ่ง ในผู้เสียหายรายหนึ่ง เล่าด้วยว่า เมื่อต้นปี 60 นายสอน (นามสมมุติ) ซึ่งขณะนั้นเป็นประธานกลุ่มผู้ใช้น้ำ อ.แห่งหนึ่งใน จ.ชัยภูมิ มาชักชวนว่า ให้ทำงานกับโครงการของกรมชลประทานให้ไปเปิดบัญชีธนาคาร โดยมีเงื่อนไข บัญชีทั้งหมดจะเปิด ATM ควบคู่ด้วย และนายสอน ได้เอาบัญชีพร้อมบัตรไปเก็บไว้ โดยอ้างว่า กรมชลประทานจะโอนเงินเข้าบัญชีให้ทุกเดือน ต่อมาเรื่องแดงขึ้นเมื่อปี 2563 นางเอ ไปขอรับการช่วยเหลือเงินเยียวยาเกษตกร 15,000 บาท แต่ไม่ได้รับเช่นคนอื่น เมื่อสอบถาม นายสอน บอกว่า ชื่ออาจตกหล่น ก่อนที่นายสอนบอกว่าติดประกันสังคมมาตรา 39 ทั้งที่พวกเขาไม่เคยทำประกันสังคม กระทั่งไปปิดบัญชี จึงรู้ว่ามียอดเงินเข้าบัญชีกว่า 3 แสนบาท

นางเอ ยืนยันว่า ที่ผ่านมา พวกเขา ไม่เคยได้เงินแม้สักบาทเดียว ที่ผ่านมา นายสอน ซึ่งปัจจุบันนี้ เป็นผู้ใหญ่บ้านยังบอกให้ผู้ที่เคยเปิดบัญชี ลงชื่อไม่ให้เอาความในเรื่องที่เกิดขึ้นพร้อมกับข่มขู่บอกชาวบ้านว่า ถ้าไม่ลงชื่ออาจต้องติดคุกขึ้นศาลทุกคนต่างกลัวจะติดคุก

ในการสอบข้อมูลเบื้องต้น จากผู้เสียหายพบว่า หลายคนมีชื่อทำประกันตนในประกันสังคม บางคนถูกตัดสิทธิ์ โดยไม่รู้ตัว ผู้เสียหาย ทั้งหมดจึงขอให้นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี พาเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับนายสอนและพวกถือว่าเป็นการฉ้อโกงหลอกลวงให้ชาวบ้านไปเปิดบัญชี โดยที่ชาวบ้านไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆทั้งสิ้นและยังถูกตัดสิทธิ์การช่วยเหลือเยียวยาต่างๆ จากภาครัฐเช่นเงินช่วยเหลือเกษตกร ช่วยเหลือ COVID19 เป็นต้น

นางปวีณา กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่เงินที่เสียหาย เป็นของรัฐ ต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ปรากฎและให้ความเป็นธรรมกับชาวบ้านที่ถูกหลอกลวง โดยมูลนิธิปวีณาฯจะพาชาวบ้าน จ.ชัยภูมิ เข้าแจ้งความกับตำรวจกองบังคับการปราบปราม เพื่อให้ขยายผลและดำเนินการตามกระบวนการยุติธรรม โดยมูลนิธิปวีณาฯจะติดตามผลคดีอย่างใกล้ชิดต่อไป หากมี ประชาชน ที่จะให้ข้อมูลเพิ่มเติมสามารถแจ้งมายังมูลนิธิปวีณาฯ ได้ที่หมายเลข 081-8140244 ,098-4788991 ,081-8901355 ,062-5601636 จะได้รวบรมเป็นคดีเดียวกัน

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่