เมื่อเวลา 13.30 น. วันที่ 22 มิถุนายน 2565 นายเฉลิมชัย  สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง รศ.พญ.เบญจาภา  เขียวหวาน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล คุณณัฐรินทร์ พยุงวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาดและพัฒนา แถลงข่าว กรมประมง ร่วมกับ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล และศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ตลอดจนภาครัฐและเอกชน จัดงาน “วันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 32” วันที่ 1–10 กรกฎาคม 2565 ตั้งแต่ เวลา 10.00–20.00 น. เนรมิตพื้นที่กว่า 7,000 ตรม.ทั่วบริเวณชั้น จี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ให้เป็นดินแดนของสัตว์น้ำสายมูเตลู ตามศาสตร์แห่งความเชื่อ และศรัทธา ภายใต้ธีม “Aquatic of Luck” ที่คุณจะได้เติมพลังชีวิตจากสัตว์น้ำกว่า 60 สายพันธุ์ อลังการกับการประกวดปลาสวยงามที่ได้มาตรฐานที่สุดในประเทศไทย มากถึง 7 ชนิด 72 ประเภท กว่า 1,000 ตู้, และกิจกรรมความรู้ ความสนุกมากมาย ตลอดจนนิทรรศการความรู้ทางการแพทย์ “รังสีวิทยา” จากคุณหมอโรงพยาบาลศิริราช

นายเฉลิมชัย  สุวรรณรักษ์ อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า  “งานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 32 เป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นโดยความร่วมมือระหว่างกรมประมง คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ตลอดจนหน่วยงานทั้งภาครัฐและภาคเอกชนที่เกี่ยวข้อง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำรายได้ทูลเกล้าถวาย สมทบทุนมูลนิธิจุฬาภรณ์ และเป็นการส่งเสริม อนุรักษ์ เผยแพร่ความรู้ทางวิชาการเกี่ยวกับพันธุ์สัตว์น้ำและปลาสวยงาม และพรรณไม้น้ำชนิดต่างๆ ให้กับประชาชน เกษตรกร และเป็นการยกระดับการจัดงานก้าวสู่สากล โดยในปีนี้ คณะกรรมการจัดงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงโปรดให้นางรสกร  พัฒนศักดิ์ภิญโญ ผู้อำนวยการกองงานในพระองค์ฯ เป็นผู้แทนพระองค์จัดตู้ปลาพระราชทานฯ  ในวันจันทร์ที่ 4 กรกฎาคม 2565 เวลา 14.00 น. และทรงโปรดให้นายสรุพิทย์  กีรติบุตร  รองประธานสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิเทศสัมพันธ์ เป็นผู้แทนพระองค์ในพิธีเปิดงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ครั้งที่ 32 ในวันอังคารที่ 5 กรกฎาคม 2565 เวลา 14.00 น. สำหรับกรมประมง มีการจัดแสดงนิทรรศการมีชีวิตในธีม Aquatic of Luck สัตว์น้ำสายมูเตลู ตามศาสตร์แห่งความเชื่อและศรัทธา โดยนำเสนอนิทรรศการความรู้และจัดแสดงพันธุ์สัตว์น้ำเพื่อเพิ่มความมั่นใจ ความเป็นสิริมงคลในการดำเนินชีวิตด้วยสัตว์น้ำมงคลเสริมดวง เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยต้องเผชิญกับสถานการณ์ Covid-19 ทำให้ประชาชนได้รับผลกระทบในทุกด้าน หมดขวัญกำลังใจ จึงนำเสนอสัตว์น้ำมงคล ในคอนเซป “สัตว์น้ำ : เสริมบารมี เสริมราศี เสริมโชคดี เสริมพลัง” ความเชื่ออยู่คู่กับคนไทยมาช้านาน ผู้ที่เข้าชมงานจะได้รับพลังบวกจากสัตว์น้ำมงคลมากมาย สัตว์น้ำเสริมบารมี  รูปแบบสัตว์น้ำปีขาล อาทิ ปลาเสือตอลายเล็ก ลวดลายคล้ายเสือพาดกลอน มีความเชื่อในการเสริมอำนาจบารมี ปลาออรันดาลายเสือ เป็นปลาทองลวดลายคล้ายเสือพาดกลอน ซึ่งมีความเชื่อว่าช่วยเสริมพลังอำนาจบารมี ความกล้าหาญ ความแข็งแกร่ง เรียกโชคลาภ เสริมทรัพย์สิน

“นอกจากนี้ ยังมี ปลาเสือดำ ปลาเสือข้างลาย ฉลามเสือดาว ฯลฯ สัตว์น้ำเสริมราศี รูปแบบสัตว์น้ำชื่อดี ชื่อมีความมงคล เสริมราศีร่ำรวย อาทิ กุ้งมังกร 7 สี ซึ่งคำว่า มังกร ตามความเชื่อของศาสตร์จีน หมายถึง อายุยืนยาว เจริญรุ่งเรือง อีกทั้ง กุ้งมังกร 7 สี ยังเป็นสัตว์น้ำที่มีราคาแพง แสดงถึงความมีฐานะ ปลาการ์ตูนโกลด์ครอสทันเดอร์ ซึ่งคำว่า โกลด์ คือ ทอง ซึ่งแสดงถึงความร่ำรวย นอกจากนี้ยังมี ปลากะพงทอง  ปลาการ์ตูนทอง  ปลาสร้อยขาว ฯลฯ สัตว์น้ำเสริมโชคดี รูปแบบสัตว์น้ำ 7 สี เสริมโชคดีในทุกวัน นำเสนอสัตว์น้ำสีประจำวัน อาทิ ปลาหมอมาลีเหลืองกล้วยหอม ประจำวันจันทร์  ปลาหมอมาลาวีสีชมพู (Pink Malawi) ประจำวันอังคาร  ปลาหมอมาลาวีสีฟ้า ประจำวันศุกร์ ฯลฯ สัตว์น้ำเสริมพลัง  รูปแบบสัตว์น้ำหยินหยาง เสริมพลังสมดุล อาทิ ปลาไหลสวน ปลาสวยงาม แปลกตา มีความหยินหยางขาวดำในตัว   ปลากระเบน Black Diamond ปลาสวยงาม ลวดลายขาวดำ ซึ่งมีความเชื่อว่าเป็น ปลาแห่งความโชคดี” ถูกนิยมนำมาเลี้ยงเพื่อเสริมโชคลาภ นำพาความโชคดี เงินทองมีใช้เสริมความร่ำรวยให้แก่ผู้ครอบครอง ฯลฯ  สัตว์น้ำเสริมมงคลมหานิยม ในรูปแบบเสริมดวงให้ดี ให้ปัง อาทิ ปลามังกร ซึ่งมีความเชื่อว่าเสริมสร้างบารมีน่าเกรงขาม ก้าวหน้ามั่นคง ปลาหงส์ เสริมบารมี นิยมเลี้ยงคู่ปลามังกร นอกจากนี้ ปลามงคลที่นิยมเลี้ยงอีก อาทิ ปลาคาร์ฟ  ปลาหมอสี (หล่อฮั่น) สัญลักษณ์แห่งความมั่งคั่ง และยังมีสัตว์แปลก อาทิ จระเข้หางหาย  จระเข้บอลลูน เต่าบินเผือก และสัตว์ใกล้สูญพันธุ์ หาชมตามธรรมชาติไม่ได้ เช่น ตะโขง นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมไฮไลท์ของปี คือ การปล่อยมังกรคืนถิ่น ซึ่งเป็นการช่วยต่อชะตาชีวิตให้สัตว์น้ำ มงคล ซึ่งมีความเชื่อว่าการทำบุญสูงสุด คือ การให้ชีวิต โดยจะเป็นการเปิดโอกาสให้ได้ร่วมบุญสมทบทุนฯ ปลามังกร ราคาตัวละ 1,000 บาท

ด้านการประกวดปลาสวยงามชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ปีนี้จะมีการจัดประกวดมากถึง 7 ชนิด 72 ประเภท ได้แก่ ปลากัด  ปลาหางนกยูง  ปลาเงินปลาทอง  ปลาหมอสี  ปลาหมอครอสบรีด ปลาปอมปาดัวร์ และปลาตะพัด โดยไฮไลท์ เป็นการประกวด “ปลาทองหยวนเป่า” คู่ไปกับ การประกวดวาดภาพ “สัตว์น้ำมงคล” ของนักเรียนในระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษาตอนต้น

“นอกจากนี้ เพื่อเสริมพลังมู ยังได้มีการเนรมิตงานตามความเชื่อต่างๆ อาทิ เรื่องราวความเชื่อชาวประมงในการไหว้แม่ย่านางเรือ เรือไม้โบราญ  เครื่องมือประมงดักทรัพย์  ตรวจวิเคราะห์ดวงชะตากับสมาคมลิขิตฝ่ามือ และการแสดงโชว์จับจระเข้ด้วยมือเปล่าซึ่งตามความเชื่อต้องเป็นผู้มีวิชาอาคมแกร่งกล้าในการที่จะกำราบจระเข้ให้สงบ และจุดถ่ายภาพวิถีชาวมูเตลู ฯลฯ และอีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญ คือ การยกร้าน Fisherman Shop เสมือนซุปเปอร์มาร์เกตขนาดย่อม ที่รวบรวมสินค้าและผลิตภัณฑ์ประมงคุณภาพดีจากทั่วทุกภาคของประเทศไทย มาจำหน่ายภายในงาน อีกทั้ง ในส่วนของความรู้ทางวิชาการในปีนี้ อาทิ เรื่อง “ผลิตภัณฑ์สัตว์น้ำมงคล เสริมดวงชะตา นำพาสุขภาพดี มีเครื่องหมายรับรอง” ทรัพย์ในดิน สินในน้ำ คำโบราณ คือ ตำนานความอุดมสมบูรณ์สินกับวิถีชีวิตริมน้ำ” “Color Feed for Art of Life” เสวนา “สัตว์น้ำมงคลก้าวไกลไปทั่วโลก”  “เราได้อะไรจากการทำให้ขยะทะเลกลับมามีคุณค่า” “คนเลี้ยงปลา..ปลาเลี้ยงคน”  “ครอบครองหรือค้าสัตว์น้ำอย่างไรโดยไม่ขัดต่อกฎหมาย”  ความลับของประมง…ในดงสายมู” “สัตว์น้ำดัดแปลงพันธุกรรม” ฯลฯ และกิจกรรมให้ได้ร่วมสนุกอีกมากมาย อาทิ โชว์แล่ ชวนชิมปลากะพงยักษ์  ชมชิมปลานิลพระราชทาน  อาหารจากปลาคู่บ้านคู่เรือน บิงโกสัตว์น้ำนำโชค และตอบปัญหาชิงรางวัล ฯลฯ”

ส่วน รศ.พญ.เบญจาภา  เขียวหวาน ผู้ช่วยคณบดีฝ่ายสื่อสารองค์กรและกิจกรรมเพื่อสังคม คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลมหาวิทยาลัยมหิดล กล่าวว่า หลังจากที่งดจัดกิจกรรมงานวันประมงน้อมเกล้าฯ ในช่วงสถานการณ์โควิด 2 ปีที่ผ่านมา  ธีมงานสำหรับปีนี้ คือ “หมอรังสีมีเรื่องเล่า” เป็นการบอกเล่าเรื่องราวการทำงานของแพทย์ และบุคลากรทางกาแพทย์ ภาควิชารังสีวิทยา คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลที่หลากหลาย ได้แก่ สาขาวิชารังสีวินิจฉัย ทำการตรวจวินิจฉัยด้วยภาพ เช่น ภาพเอกซเรย์ (plain radiograph) ภาพถ่ายเอกซเรย์ด้วยระบบคอมพิวเตอร์ (CT scan) ภาพเอ็มอาร์ไอ (MRI) และการตรวจคลื่นเสียงความถี่สูง (ultrasound) เป็นต้น สาขาวิชารังสีรักษา ทำการรักษาโรคด้วยการฉายรังสีหรือการใส่แร่ บทบาทของรังสีรักษาส่วนใหญ่ใช้ในการรักษาโรคมะเร็ง โดยคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาลได้ติดตั้งเครื่องฉายรังสีเร่งอนุภาคอิเล็คตรอนพร้อมระบบภาพนำวิถีคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหรือ MR-Linac (Magnetic Resonance Image Guided Linear Accelerator) เมื่อพ.ศ.2563 นับเป็นเครื่องแรกในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งเป็นเครื่องฉายรังสีที่ทันสมัยที่สามารถทำการถ่ายภาพ MRI ก่อนและระหว่างฉายรังสีในแต่ละวันได้ แพทย์สามารถปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมก่อนการรักษาในแต่ละวันของการฉายรังสี ทำให้การรักษามีความแม่นยำสูง และช่วยลดปริมาณรังสีที่อวัยวะข้างเคียงโดยรอบ

สาชาวิชาเวชศาสตร์นิวเคลียร์ มีบทบาทหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัยและการรักษาด้วยสารเภสัชรังสี มีส่วนสำคัญในการช่วยประเมินระยะโรคมะเร็งและการรักษาโรคมะเร็งบางชนิด นอกจากนี้ยังมีบทบาทในโรคอื่น ๆ เช่น ภาวะต่อมไทรอยด์ทำงานเกิน(hyperthyroidism) เป็นต้น สาขาวิชารังสีร่วมรักษา ทำหน้าที่ในการตรวจวินิจฉัยหรือการรักษาอย่างแม่นยำโดยใช้ภาพรังสีนำทาง เช่น การถ่ายภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ร่วมกับการตัดชิ้นเนื้อ (CT-guided biopsy) เป็นต้น

นอกจากนี้ รังสีแพทย์ยังมีหน้าที่ในการดูแลและให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยทางรังสี ผู้ร่วมงานจะได้เรียนรู้เครื่องมือทางรังสีวิทยา บทบาททางรังสีวิทยา และการป้องกันอันตรายทางรังสี ผ่านนิทรรศการ “หมอรังสีมีเรื่องเล่า” และสามารถร่วมสนุกในการเล่นเกมส์เพื่อจำลองบทบาทการเป็นรังสีแพทย์ อีกทั้งยังมีกิจกรรมอีกหลากหลายรูปแบบ ได้แก่ การเสวนาทางการแพทย์ เรื่อง “รังสีล้ำสมัย ก้าวไกลเพื่อการรักษา Part 1 และ 2” ในวันที่ 2 และวันที่ 9 กรกฎาคม 2565 เวลา 16.00 – 17.00 น. ณ บริเวณลานสปอร์ตไลท์ ชั้น G สเปลล์ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสามารถรับชมผ่านช่องทางออนไลน์การถ่ายทอดสด Facebook Live “sirirajpr”

“วันที่ 2 กรกฎาคม 2565 รศ.พญ.วลัยลักษณ์ ชัยสูตร และผศ.พญ. สุวิมล วงศ์ลักษณะพิมล และ รศ.พญ.เบญจาภา เขียวหวาน อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยา จะมาบอกเล่าเรื่องราว การวินิจฉัยภาพจากฟิล์ม X-ray ไขข้อสงสัย ว่าหมอจะรู้ได้อย่างไรว่าผู้ป่วยเป็นมะเร็งรวมไปถึงการวางแผนการรักษาแก่ผู้ป่วยต่อไป ส่วนวันที่ 9 กรกฎาคม 2565 อ.พญ. อชิรญา เตยะธิติ และ ผศ.พญ. นันทกานต์ อภิวโรดมภ์ อาจารย์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านรังสีวิทยา พร้อมผู้ป่วย มาร่วมพูดคุยเล่าถึงประสบการณ์การรักษาด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ทางรังสี เครื่อง MR-Linac (Magnetic Resonance Image Guided Linear Accelerator) นิทรรศการทางการแพทย์ (ตลอดการจัดงาน)

 และชมนิทรรศการ “หมอรังสีมีเรื่องเล่า” ให้ความรู้ทางรังสีวิทยา เช่น การเอกซเรย์ปอดกับ COVID – 19 โรคภาวะหลอดเลือดสมองอุดตันเฉียบพลัน การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยเมมโมแกรม โรคมะเร็งหลังโพรงจมูก และโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก เป็นต้น

นิทรรศการให้ความรู้เรื่อง COVID-19 จากพิพิธภัณฑ์ศิริราช มีการจัดแสดงหุ่นสาธิตการเก็บตัวอย่างเพื่อตรวจหาเชื้อโควิดโดยผู้เข้าร่วมชมนิทรรศการสามารถทดลองทำ Swab test ได้ด้วยตนเอง และนิทรรศการให้ความรู้เกี่ยวกับภาวะ LONG COVID – 19

การจัดแสดงโมเดลอวัยวะดอง (Specimen) การแสดงชิ้นส่วนอวัยวะของร่างกายในรูปแบบภาพตัดขวาง (Topo Cross Section) ของอวัยวะต่าง ๆ พร้อมภาพเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ (CT scan) ของอวัยวะนั้น ๆ รวมถึงจัดแสดงชิ้นส่วนอวัยวะดองที่หาชมได้ยาก โดยเฉพาะไฮไลท์บริเวณทางเข้างานที่จัดแสดงภาพเอ็มอาร์ไอของเด็กแฝดที่มีตัวติดกันเป็นครั้งแรก  การจัดโซนกิจกรรม SIRAD Play Zone ถือเป็นอีกไฮไลท์ของงาน ผู้ร่วมงานสามารถร่วมเล่นเกมส์จากเทคโนโลยีเครื่อง Kinect โดยภาพแสดงบนจอ LED ที่มีความละเอียดสูง ผู้ร่วมชมนิทรรศการสามารถเรียนรู้เรื่องรังสีวิทยา และทดลองเป็นหมอรังสีวิทยาผ่านการเล่นเกมส์ตอบคำถามแบบง่าย ๆ

การจัดแสดงอุปกรณ์ทางการแพทย์ โซนการจัดแสดงเครื่อง 3D Printer Makerbot พร้อมการให้ความรู้ในรูปแบบของ VDO Presentation และการจัดแสดงโมเดลทางการแพทย์ที่ได้จากเครื่อง Makerbot บริการให้คำปรึกษาปัญหาและแนะนำเกี่ยวกับการใช้ยา ตลอดจนการจำหน่ายยาตำรับศิริราช และผลิตภัณฑ์จากร้านศิริราชฉลาดคิด ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์นวัตกรรมในการดูแลสุขภาพด้านต่าง ๆ เช่น ชุดเครื่องนอนกันไรฝุ่น แว่นตากรองแสง    

ทางด้าน คุณณัฐรินทร์  พยุงวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการสายการตลาดและพัฒนาธุรกิจ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค กล่าวถึงความร่วมมือการจัดงานครั้งนี้ว่า งานประมงน้อมเกล้าฯ เป็นงานใหญ่ประจำปีที่ลูกค้าและประชาชนทั่วไปต่างเฝ้ารอชมความงดงามของสัตว์น้ำหลากสายพันธุ์  เพราะเป็นงานประกวดปลาสวยงามและแสดงพันธุ์สัตว์น้ำที่ยิ่งใหญ่  โดยทางศูนย์การค้าได้ทุ่มงบประมาณกว่า 10 ล้านบาท เนรมิตพื้นที่จัดงานทั้งหมดกว่า 7,000 ตารางเมตร บริเวณ ชั้น จี ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค และสเปลล์  ให้เป็นอาณาจักรสัตว์น้ำที่ยิ่งใหญ่ ภายใต้ธีม“ Aquatic of Luck ” ร่วม “เสริมบารมี เสริมราศี เสริมโชคดี เสริมพลัง” พร้อมกันนี้ได้จัดพื้นที่จอดรถทั้งภายในอาคารและภายนอกอาคารรองรับ 9,000 คัน  เนื่องด้วยสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมา ทำให้เว้นช่วงเวลาการจัดงานไปถึง 2 ปี และในปีนี้ทางศูนย์การค้าฯ ได้กลับมาจัดงานพร้อมกับความยิ่งใหญ่อีกครั้ง แล้วพบกันได้ที่ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์คและสเปลล์ ร่วมรับพลังบวก พลังมู เสริมดวง ตลอดจนความรู้ คำแนะนำดี ๆ กลับไปดูแลสุขภาพกันด้วย ในงาน “วันประมงน้อมเกล้าฯ” ครั้งที่ 32 ได้ ตั้งแต่วันที่ 1-10 กรกฎาคม 2565 เวลา 10.00 น – 20.00 น. ณ ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ค่าบัตรผ่านประตูเพียง 20 บาท โดยรายได้ทั้งหมดในงานจะนำขึ้นทูลเกล้าฯเป็นต้น

ทิ้งคำตอบไว้

กรุณาใส่ความคิดเห็นของคุณ!
กรุณาใส่ชื่อของคุณที่นี่