จันทร์. ต.ค. 3rd, 2022

เมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 พันตำรวจโท กรวัชร์ ปานประภากร อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ได้สั่งการให้พันตำรวจโท ปกรณ์ สุชีวกุล รองอธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ และคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ในคดีพิเศษที่ 3/2564 กรณีสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลร้องทุกข์กล่าวโทษว่า มีผู้แอบอ้างชื่อสำนักงาน
สลากกินแบ่งรัฐบาล เพื่อหลอกลวงให้ประชาชนทั่วไปหลงเชื่อว่า สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลให้เลขรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นเหตุให้ประชาชนได้รับความเสียหาย กระทั่งเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2564 เจ้าหน้าที่ได้จับกุมนายจาตุรงค์(ขอสงวนนามสกุล)ผู้ต้องหาคดีพิเศษที่ 3/2564 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 981/2564 ลงวันที่ 23 มิถุนายน 2564 ในความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนและความผิดตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.2550 และที่แก้ไขเพิ่มเติม รวมทั้งเข้าตรวจค้นบ้านพักผู้ต้องหาในพื้นที่พุทธมณฑลสาย 4 เพื่อหาหลักฐานเพิ่มเติม โดยพบทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำความผิดจำนวนมาก

ทั้งนี้สืบเนื่องจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลได้ร้องทุกข์ให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ สอบสวนหาตัวผู้กระทำความผิด กรณีมีเอกสารที่กลุ่มมิจฉาชีพจัดทำขึ้นโดยแอบอ้างใช้ตราสัญลักษณ์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล และแอบอ้างชื่อผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลในการกระทำความผิด หลอกลวงประชาชนโดยการแสดงข้อความอันเป็นเท็จว่า จะให้เลขสลากที่ถูกรางวัลจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลล่วงหน้าในงวดถัดไปที่จะออกรางวัลและเรียกรับผลตอบแทน โดยส่งข้อความชักชวนประชาชนทั่วไปผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ด้วยการใช้บัญชีโซเชียลมีเดีย ได้แก่ บัญชีแอพพลิเคชั่นไลน์ (Line) และบัญชีเฟซบุ๊ก (Facebook) ทำให้สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและประชาชนได้รับความเสียหาย ซึ่งคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ได้ดำเนินการสืบสวนสอบสวนจนพบพยานหลักฐานว่าผู้ต้องหานี้เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดโดยใช้บัญชีโซเชียลมีเดียหลายบัญชี ทำการหลอกลวงประชาชนว่าจะให้เลขที่จะถูกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลของงวดถัดไป โดยผู้ต้องหาได้เลขดังกล่าวมาจากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาลและเรียกรับผลตอบแทน จากผู้เสียหายให้มาสมัครสมาชิกในบัญชีไลน์แอด (line@) เพื่อรับเลขดังกล่าว จากนั้นผู้ต้องหาได้แจ้งหมายเลขบัญชีธนาคารให้ผู้เสียหายโอนเงินเข้ามาในแชทการสนทนา ซึ่งจากการสืบสวนสอบสวนคดีพิเศษพบบัญชีธนาคารที่ใช้ในการหลอกลวงผู้เสียหายจำนวน 9 บัญชี มีเงินหมุนเวียนในบัญชีประมาณ 37 ล้านบาท และจากการเข้าตรวจค้นที่พักของผู้ต้องหาสามารถยึดอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดได้หลายรายการ ประกอบด้วย บ้านพร้อมที่ดิน เงินสดมูลค่า 5.5 ล้านบาท บัญชีธนาคาร 33 บัญชี รถยนต์ BMW Z4 รถจักรยานยนต์ Honda Forza 350 รถจักรยานยนต์ Vespa อาวุธปืน 9 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน พระเครื่อง นาฬิกาและเครื่องประดับมีค่าหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 20 ล้านบาท ซึ่งหลังจากนี้จะเปิดโอกาสให้ผู้ถูกกล่าวหาชี้แจงและนำพยานหลักฐานเพื่อแก้ข้อกล่าวหาและพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของตนตามขั้นตอนกฎหมาย ก่อนที่จะสรุปสำนวนการสอบสวนและมีความเห็นทางคดี ส่งพนักงานอัยการต่อไป

กรมสอบสวนคดีพิเศษมีความมุ่งมั่นในการสืบสวนสอบสวนป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมพิเศษ โดยเฉพาะกลุ่มมิจฉาชีพที่มีพฤติกรรมหลอกลวงประชาชนให้ได้รับความเสียหายเพื่ออำนวยความยุติธรรมแก่ประชาชน ทั้งนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ ขอฝากเตือนไปยังประชาชน ให้ระมัดระวังการถูกหลอกลวงให้หลงเชื่อในลักษณะดังกล่าว และหากประชาชนมีข้อมูลเบาะแส หรือสงสัยว่าตนเอง
ถูกหลอกลวง  สามารถตรวจสอบจากหมายเลขบัญชีธนาคารทางเว็บไซต์ www.dsi.go.th และแจ้งมายัง กรมสอบสวนคดีพิเศษ เลขที่ 128 หมู่ที่ 3 ถนนแจ้งวัฒนะ แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หรือทางสายด่วน DSI Call Center 1202 (โทร.ฟรีทั่วประเทศ เพื่อพนักงานสอบสวนคดีพิเศษจะได้รวบรวมพยานหลักฐานและดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

By admin

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • เปิดใช้งานตลอด

บันทึกการตั้งค่า